10 กีฬาสุดแปลกที่มีอยู่จริงบนโลก

หลายคนมีงานอดิเรกคือการเล่นกีฬา และอีกหลาย ๆ คนอาจชอบดูการแข่งขันกีฬาเป็นงานอดิเรก แต่ไม่ว่าจะเป็นประเภทไหน เชื่อแน่ว่ากีฬาที่พูดถึงกันส่วนใหญ่มักจะเป็นกีฬาธรรมดาที่นิยมทั่วไป แต่เชื่อหรือไม่ว่าในอีกหลาย ๆ พื้นที่ของโลกใบนี้ยังมีกีฬาสุดแปลกที่แข่งขันกันอย่างจริงจังเกิดขึ้นมาด้วย บางกีฬาก็ฮา บางกีฬาก็แปลกแบบไม่น่าเชื่อ จะมีอะไรบ้างนั้นไปดูกันเลย

1.การแข่งขันโยนปลาทูน่า เกิดขึ้นจริงในชุมชนชาวประมงเล็ก ๆ ของพอร์ตลินคอร์น รัฐเซาท์ออสเตรเลีย ประเทศออสเตรเลีย กีฬานี้มีที่มาจากการที่ชาวประมงมักจะโยนปลาที่ตนเองจับได้ลงบนรถบรรทุก และเพื่อเป็นการเพิ่มสีสันให้กับท้องถิ่น จึงได้จัดการแข่งขันโยนปลาทูน่าขึ้น โดยผู้ชนะคือคนที่สามารถโยนปลาทูน่าน้ำหนัก 20 ปอนด์ได้ไกลที่สุด ปัจจุบันการแข่งขันนี้มีการเปลี่ยนแปลงไปบ้าง โดยหันมาโยนปลายางแทนปลาของจริง

2.มวยปล้ำนิ้วเท้า เราอาจเคยชินกับการเล่นมวยปล้ำนิ้วโป้งมือที่ต่างคนต่างเอามือจับกัน แล้วเอานิ้วหัวแม่มือไล่ทับกัน ใครทับได้ก่อนเป็นฝ่ายชนะ กีฬานี้ก็ใช้วิธีการคล้ายกัน แต่เปลี่ยนจากนิ้วหัวแม่มือเป็นนิ้วเท้าแทน ผู้เล่นจะเล่นด้วยเท้าเปล่า สลับกันไปมาระหว่างเท้าซ้ายกับเท้าขวา จำนวน 3 รอบ ตัดสินจากรอบที่ดีที่สุด โดยผู้ชนะจะต้องสามารถตรึงนิ้วเท้าของคู่ต่อสู้ไว้นานเป็นเวลา 3 วินาที กีฬานี้มีการแข่งขันระดับโลกโดยใช้ชื่อการแข่งขันว่า World Toe Wrestling Championship ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1970 โดยแบ่งเป็นฝ่ายชายและฝ่ายหญิง

3.หมากรุกมวย กีฬาสองอย่างนี้ไม่น่าจะมารวมกันได้ แต่มันก็เกิดขึ้นแล้วในประเทศเยอรมนี อินเดีย รัสเซีย และอังกฤษ โดยผู้เข้าแข่งขันต้องเล่นหมากรุกและชกมวย 11 รอบสลับกันรอบละ 3 นาที ผู้ชนะคือคนที่ได้คะแนนรวมมากที่สุด

4.การแข่งขันกินฮอตดอก ไม่น่าเชื่อว่าการกินอาหารก็สามารถกลายเป็นเกมกีฬาได้ กีฬานี้เกิดขึ้นครั้งแรกในงานแสดงสินค้าประจำเขตของประเทศสหรัฐอเมริกา จนเกิดการแข่งขันที่เรียกว่า Nathan’s Hotdog Eating Contest ที่จัดขึ้นทุกวันที่ 4 กรกฎาคมของทุกปี โดยผู้เข้าแข่งขันต้องรับประทานฮอตดอกให้ได้มากที่สุดในเวลา 10 นาที การแข่งขันนี้ยังนิยมแพร่หลายออกไปยังประเทศแคนาดา และญี่ปุ่นด้วย

5.กีฬาแบกเมีย กีฬานี้มีต้นกำเนิดในเมือง Sonkajarvi ประเทศฟินแลนด์ โดยชายหนุ่มผู้เป็นสามีจะต้องแบกภรรยาของตนผ่านอุปสรรคต่าง ๆ ที่กีดขวางไปให้ถึงจุดหมาย การแข่งขันที่ได้รับความนิยมมาก ได้แก่ การแข่งขัน North American Wife Carrying Championship ประจำปี ผู้ชนะจะได้รับรางวัลเป็นเบียร์หนัก 5 เท่าของน้ำหนักเมีย และเงินสด โดยผู้ชนะจะต้องเป็นตัวแทนไปแข่งขันเวทีระดับโลกอย่าง World Wife Carrying World Championship โดยมีทีมจากออสเตรเลีย เยอรมนี บริเตนใหญ่ เอสโตเนีย ไอร์แลนด์ และสหรัฐอเมริกาเข้าร่วมการแข่งขัน

6.การรีดผ้าแบบเอ็กซ์ตรีม กีฬานี้ผู้เข้าแข่งขันจะเรียกตัวเองว่า “ นักรีดผ้า” ถือเป็นกีฬาผาดโผนประเภทหนึ่ง โดยผู้เข้าแข่งขันจะนำเสื้อผ้า และโต๊ะรีดผ้าไปยังที่ที่ห่างไกล หรืออันตราย เช่น บนหน้าผา ใต้น้ำ บางคนก็รีดผ้าบนสโนว์บอร์ด ตีลังกาโหนสลิงก็มี เอาเป็นว่ายิ่งอันตรายยิ่งมันส์

7.แข่งล่อไส้เดือน กีฬานี้ฟังแล้วอาจดูน่าขยะแขยงไปสักหน่อย แต่มันก็มีอยู่จริงในหมู่บ้านเล็ก ๆ ใน Blackawton เมือง South Devon โดยผู้เข้าร่วมแข่งขันต้องพยายามล่อให้ไส้เดือนออกมาจากพื้นดินมากที่สุดภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ ซึ่งแต่ละคนก็ต้องหาวิธีให้ไส้เดือนโผล่ขึ้นมาจากพื้น โดยวิธีที่นิยมกันมากที่สุด คือ การเคาะพื้นเป็นจังหวะจนกว่าไส้เดือนจะเริ่มโผล่ออกมา

8.แข่งตัดหญ้า เกิดขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2511 ในเมือง West Sussex ของประเทศอังกฤษ โดยกลุ่มผู้ชื่นชอบการขับขี่รถยนต์ที่ไม่สามารถซื้อรถแข่งได้

9.แข่งกลิ้งก้อนชีส เป็นงานประจำปีที่จัดขึ้นในเมืองกลอสเตอร์ ประเทศอังกฤษ โดยผู้เข้าแข่งขันต้องหมุนวงล้อชีสขนาด 9 ปอนด์ไปตามเนินเขาสูงชัน ผู้ชนะ คือ คนแรกที่หมุนวงล้อลงไปถึงบริเวณด้านล่าง โดยรางวัลที่จะได้รับก็คือก้อนชีสที่เป็นวงล้อนั่นเอง

10.การแข่งขันทำหน้าเพี้ยน เป็นประเพณีของชาวอังกฤษในชนบท ผู้เข้าแข่งขันต้องสวมปลอกคอม้าที่เรียกว่า Gurnin ‘through braffin แล้วทำหน้าให้ดูผิดเพี้ยนมากที่สุด เช่น ทำตาเหล่ ปากเบี้ยว ย่นหน้าของตัวเองให้ดูน่าเกลียดมากที่สุด โดยการแข่งขัน World Gurning Championship ถูกจัดขึ้นที่ Egremont Crab Fair ปีละครั้ง

กีฬาแต่ละประเภทล้วนแล้วแต่แปลกประหลาดก็จริง แต่ก็แฝงไว้ด้วยความสนุกสนานเฮฮา อย่างที่เรามักได้ยินกันอยู่บ่อย ๆ ว่า ‘กีฬา…กีฬา…เป็นยาวิเศษ…’ ว่าแล้ววันนี้ลองชวนเพื่อนสนิทไปเล่นกีฬาเหล่านี้ดูบ้างก็ไม่เลวนะ เลือกเล่นกีฬาชนิดไหนก็อย่าลืมมากระซิบบอกกันบ้างล่ะ

Pokémon Sleep…เมื่อการนอนหลับเปลี่ยนเป็นความบันเทิง

วินาทีนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักเกมดังที่ตกเป็นข่าวอยู่พักใหญ่อย่างเกม Pokémon Go แห่งค่าย Pokémon Entertainment และจากความสำเร็จของเกมยอดฮิตนี้ ทำให้บริษัทวางแผนเปิดตัวเกมใหม่ที่ชื่อว่า Pokémon Sleep

นาย Tsunekazu Ishihara ซีอีโอของ Pokémon Company กล่าวในงานแถลงข่าวเปิดตัวเกมใหม่นี้ว่า “หลังจากเดินเล่นมาแล้ว ตอนนี้เราตัดสินใจที่จะมุ่งเน้นไปที่การนอนหลับบ้าง ทุกคนใช้เวลาส่วนใหญ่ในชีวิตไปกับการนอนหลับ และเราต้องการเปลี่ยนสิ่งนั้นให้เป็นความบันเทิง นี่คือความท้าทายต่อไปของเราที่ Pokémon”

จุดเด่นของเกม Pokémon Sleep อยู่ที่จุดมุ่งหมายเพื่อเปลี่ยนการนอนหลับให้กลายเป็นความบันเทิง โดยการใช้เวลานอนของผู้เล่น และเวลาที่ตื่นขึ้นมาจะส่งผลต่อการเล่นเกม เพื่อหวังดึงดูดผู้เล่นที่ชื่นชอบการนอนหลับและรักสุขภาพโดยเฉพาะ เกมนี้จะต้องใช้คู่กับอุปกรณ์เสริมที่เรียกว่า Pokémon Go Plus + เชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือผ่าน Bluetooth ซึ่งทำหน้าที่ติดตามการนอนหลับตอนกลางคืนของผู้เล่น และให้คะแนน ขึ้นอยู่กับเป้าหมายการนอนหลับบางอย่าง เช่น ระยะเวลา และความสม่ำเสมอของตารางการนอนหลับ เป็นต้น นอกจากนี้ยังสามารถใช้ประโยชน์จาก Pokémon Go Plus + ซึ่งเป็น Plus tracker เวอร์ชั่นล่าสุดที่ใช้ควบคู่กับ Pokémon Go ช่วยติดตามการนอนหลับ และส่งข้อมูลการนอนหลับที่เกี่ยวข้องไปยังสมาร์ทโฟนผ่านบลูทูธ ถือเป็นการผสมผสานระหว่างการเล่นเกมกับสุขภาพเลยก็ว่าได้ นอกจากนี้ทางบริษัท Pokémon Company ยังมีการเปิดตัว Pokémon Home ซึ่งเป็นบริการที่ให้ผู้เล่นสามารถเก็บโปเกมอนเอาไว้ในที่เดียวกันผ่านระบบ Cloud รองรับ Pokémon Bank ใน 3DS, Pokémon Let’s Go, Sword และ Shield บน Nintendo เรียกได้ว่าสามารถรองรับการเชื่อมโยงของเหล่าเกมโปเกมอนให้ถึงกันได้ทั้งหมด และที่สำคัญสามารถรองรับทั้งระบบ IOS และ Android ผู้เล่นสามารถเทรด    โปเกมอนกับผู้เล่นคนอื่นทางออนไลน์ผ่าน Pokémon Home ได้ด้วย และอีกหนึ่งแอปพลิเคชันที่จะถูกปล่อยออกมาพร้อมกันก็คือ Pokémon Masters เกมโปเกมอนที่มีการ Battle แบบ 3v3 โดยรวมตัวละครทุกตัวจากทุกซีรีส์เอาไว้ด้วยกันในที่เดียว ตัวเกมและบริการนี้มีกำหนดเปิดให้บริการภายในปี 2020 นี้

สำหรับ Pokémon Company นั้นตั้งอยู่ในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1998 ด้วยการร่วมลงทุนจาก Nintendo, Game Freak และ Creatures ซึ่งเป็นผู้ถือลิขสิทธิ์แฟรนไชส์ เกม Pokémon Go ผลงานสร้างชื่อที่สร้างขึ้นโดยร่วมมือกับ Niantic ในซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา กลายเป็นแอปที่ทำรายได้สูงสุดใน App Store ของ Apple ในสหรัฐอเมริกาหลังจากเปิดตัวในปี ค.ศ. 2016 และเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีรายได้เกือบครึ่งหนึ่งของรายได้จากเกมทั่วโลกเท่ากับ 63.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ตามข้อมูลของกลุ่มวิจัยอุตสาหกรรม Newzoo

คราวนี้สาวกโปเกมอนก็ไม่ต้องเดินตามจับโปเกมอนกันอีกต่อไป เพราะแค่เพียงนอนหลับ…ก็จับโปเกมอนได้ คอเกมทั้งหลายสามารถสะสมโปเกมอนโดยไม่ต้องเสียสุขภาพ ถ้าเกมนี้วางตลาดเมื่อไรก็อย่าลืมไปหามาสะสมไว้ใน คอลเลคชั่นกันล่ะ

จิบชา…งานอดิเรกชั้นเลิศเมื่อยามออกเดินทางท่องเที่ยว

การท่องเที่ยวเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับชีวิต เปิดโอกาสให้เราได้พบเจอผู้คนมากหน้าหลายตา แต่การเดินทางอาจทำให้เกิดความเหนื่อยล้าอ่อนเพลีย ก่อให้เกิดความเครียดที่อาจรบกวนกิจวัตรประจำวันของเราได้ บางครั้งอาจทำให้เราตื่นตัวมากเกินไปจนเกิดภาวะนอนไม่หลับ และส่งผลเสียต่อสุขภาพตามมา การดื่มชาถือเป็นตัวเลือกที่ดีเมื่อยามออกเดินทางท่องเที่ยว ต่อไปนี้เป็นคำแนะนำในการจิบชาขณะเดินทาง

1.ชาดำประจำวัน เริ่มต้นวันใหม่หลังการเดินทางด้วยชาดำร้อน ๆ สักแก้ว เนื่องจากในชามีส่วนผสมของคาเฟอีนที่ทำให้สดชื่น ดังนั้นใครที่รู้สึกหมดแรงหรืออ่อนเพลียจากการเดินทาง ลองดื่มชาดำร้อนๆ สักแก้ว เพียงเท่านี้ก็จะรู้สึกกระปรี้กระเปร่ามากขึ้น พร้อมลุยต่อทุกเส้นทางอย่างแน่นอน อ้อ! นอกจากนี้ชาดำยังช่วยขับปัสสาวะด้วยนะ เหมาะกับคนที่ถ่ายไม่ค่อยออกเวลาอยู่ต่างที่ต่างถิ่น ทำให้ภาวะการขับถ่ายเกิดความสมดุลมากขึ้น

2.ชาราตรีสวัสดิ์ คนที่เกิดอาการเจ็ตแล็ก เนื่องจากการเดินทางระยะไกล และเกิดการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับช่วงเวลา การใช้ชีวิต สมองส่วนหนึ่งจะอยู่ในภาวะกึ่งหลับกึ่งตื่น ส่งผลให้นอนไม่หลับในเวลาที่ต้องนอน ชาคาโมมายล์ร้อน ๆ สักแก้วจะช่วยให้นอนหลับสบายขึ้น พร้อมลุยในวันต่อไป คาโมมายล์ถือเป็นยาคลายเครียดตำรับธรรมชาติที่ได้ผลดีอย่างยิ่ง

3.ชาย่อยอาหาร การเดินทางทำให้เกิดความเครียดพร้อมกับตารางอาหารที่ไม่สม่ำเสมอ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดปัญหาทางเดินอาหารได้ ชาเปปเปอร์มินต์คือตัวช่วยชั้นดีเมื่อเกิดอาการท้องอืด เนื่องจากใบมินต์มีสรรพคุณช่วยขับลม และกระตุ้นการทำงานของน้ำดี ทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น

4.ชาสร้างระบบภูมิคุ้มกัน นอกเหนือจากความเครียดที่เพิ่มเข้ามาและตารางเวลาที่ผิดปกติแล้ว ในการเดินทางเรายังต้องติดต่อกับผู้คนใหม่ ๆ มากมายจนระบบภูมิคุ้มกันถูกรุกราน นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมก่อนที่จะออกเดินทาง และระหว่างเดินทาง เราต้องแน่ใจว่ามีระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง ชามะนาวเป็นตัวช่วยที่ดีมาก ๆ ในสถานการณ์นี้ เนื่องจากในมะนาวมีวิตามินซีสูง ช่วยสร้างระบบภูมิคุ้มกัน และเพิ่มความสดชื่นให้ร่างกายด้วย

5.ชาเพื่อวันนั้นของเดือน สาว ๆ ที่รู้ว่าต้องเดินทางในช่วงเวลานั้นของเดือน อย่าเดินทางโดยไม่มีชาดอกชบาเด็ดขาด เพราะชาชบามีฤทธิ์ต้านการอักเสบ แต่ถ้าสาวคนไหนไม่คุ้นกับรสเผ็ดของมัน เราแนะนำให้ดื่มชาคาโมมายล์แทนได้ เพราะนอกจากจะเป็นยาแก้เครียดตามธรรมชาติแล้ว คาโมไมล์ยังอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยต้านการอักเสบ นั่นหมายความว่ามันยังสามารถช่วยแก้ปวดประจำเดือนได้ ควรดื่มเพื่อสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย

การจิบชา…งานอดิเรกง่าย ๆ ที่ใคร ๆ ก็ทำได้ในระหว่างเดินทางท่องเที่ยว เพื่อร่างกายที่แข็งแรง พร้อมรับมือกับทุก ทริป จัดกระเป๋าครั้งหน้าอย่าลืมพกชา…ตัวช่วยชั้นเลิศติดไปด้วยนะ

เกาะติด 3 งานอดิเรกสุดฮิพในกรุงเทพฯ

แต่ละคนมีกิจกรรมในยามว่างที่แตกต่างกัน ใครที่พอมีเวลาว่าง และมีกำลังทรัพย์มากหน่อยก็มักจะออกเดินทางท่องเที่ยวไปตามที่ต่าง ๆ ใกล้บ้างไกลบ้างตามแต่ความเหมาะสม คนไหนที่มีเวลาไม่มากนักแต่อยากพักผ่อน ก็อาจเลือกออกมาเดินเล่นหาอะไรกินตามห้างสรรพสินค้า แต่หากใครที่รู้สึกเบื่อกับกิจกรรมยามว่างแบบจำเจแล้วละก็ ลอง 3 กิจกรรมนี้ดู

1.เล่นเกมไขปริศนา Escape Room หรือเกมห้องปริศนา ที่ Escape Room Bangkok ตั้งอยู่ที่ชั้น 7 ศูนย์การค้า MBK Center ห้องปริศนา คือ สถานการณ์จำลองที่เราต้องไขปริศนาต่าง ๆ เหมือนเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ และหาทางออกจากห้องนั้นได้ภายในเวลาที่กำหนด โดยที่ Escape Room Bangkok นี้มีห้องให้เลือกผจญภัยทั้งหมด 4 ห้อง คือ ภารกิจปล้นธนาคาร – Bank Robbery (ราคา 555 บาท/คน) ใช้เวลา 55 นาที, แหกคุก แกสตาโป!!-Prison break (ราคา 555 บาท/คน) ใช้เวลา 60 นาที, The Lost Symbol เกมไขปริศนาลับขององค์กร “อิลลูมินาติ” (ราคา 666 บาท/คน) และ สงครามอวกาศ – Stars Wars (ราคา 888 บาท/คน) ใช้เวลา 60 นาที Escape Room Bangkok เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00 – 22.00 น.

2.เข้าร่วมจำลองการบินเสมือนจริงที่ ไฟลท์ เอ็คซ์พีเรียนซ์ ศูนย์การค้า Gateway เอกมัย ภายในจะเป็นห้องจำลองการบินแบบ Simulator เสมือนจริง มีการออกแบบให้เหมือนกำลังอยู่ในห้องนักบินของเครื่องบินโบอิ้ง 737-800NG โดยจำลองสถานการณ์ต่าง ๆ มากมายระหว่างการบิน เช่น หิมะตก สภาพการบินไม่ปกติ หรือฝนตก เป็นต้น ก่อนที่จะเข้าไปในห้องจำลองการบินนั้น จะต้องได้รับการอบรมจากนักบินจริง เป็นเวลาประมาณ 5-10 นาที สนนราคาขึ้นอยู่กับกิจกรรม และระยะเวลา ดังนี้ Scenic Flight เป็นการจำลองการบินแบบบินวนอยู่รอบ ๆ สนามบิน ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ราคา 4,550 บาท City Circuits เป็นการจำลองการบินแบบบินจากเมืองหนึ่งไปอีกเมืองหนึ่ง ใช้เวลาประมาณ 45 นาที ราคา 5,750 บาท City Flyer เป็นการจำลองการบินแบบจำลองสถานการณ์ต่าง ๆ ใช้เวลาประมาณ 60 นาที ราคา 6,900 บาท Ultimate experience เป็นการจำลองการบินแบบสวมบทบาทเป็นนักบินจริง ๆ ใช้เวลาประมาณ 90 นาที ราคา 9,550 บาท 60 minutes dual เป็นการจำลองการบินแบบการแชร์ประสบการณ์การบินกับครอบครัวหรือเพื่อน ราคา 7,700 บาท และโปรแกรมสุดท้าย 90 minutes dual เป็นการจำลองการบินแบบแข่งขันระหว่างตัวเราเองกับเพื่อน ราคา 10,700 บาท ไฟลท์ เอ็คซ์พีเรียนซ์       เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 น. – 22.00 น.

3.เล่น VR แบบไร้สายเสมือนจริงที่ Zero Latency เหมาะกับคอเกมที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศการเล่นเกมจากการบังคับหน้าจอเป็นการเล่นโดยใช้ตัวเองเสมือนเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์จริงแทน แถมยังสามารถเล่นกับกลุ่มเพื่อนได้มากสุดถึง 8 คนเลยทีเดียว มี 3 เกมให้เลือกเล่น คือ Singularity – เกมต่อสู้บนยาวอวกาศ Zombie Survival – ยิงซอมบี้เพื่อเอาชีวิตรอด และEngineerium – เกมแฟนตาซีเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาว Zero Latency ตั้งอยู่บริเวณชั้น B โรงแรมโนโวเทล สยามสแควร์ (ซอย 6)เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 10.00 – 22.00 น. ราคาอยู่ที่คนละ 1,200 บาท/ครึ่งชั่วโมง/คน นักเรียนและเด็ก ราคา 900 บาท /ครึ่งชั่วโมง/คน สามารถเลือกเกมได้ 2 เกม หรือจะเล่นเกมเดิมซ้ำก็ได้ แต่มีข้อควรระวัง คือ บางเกมอาจไม่เหมาะกับคนที่กลัวความสูง หรือคนที่เป็นโรคหัวใจ ดังนั้น ก่อนเล่นเกมควรฟังคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างตั้งใจ และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

เห็นไหม…กรุงเทพฯ ก็มีสถานที่ทำกิจกรรมยามว่างที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย สุดสัปดาห์นี้ลองแวะไปเติมสีสันให้ชีวิตดูบ้างก็ไม่เลวนะ

Netflix…ทางเลือกใหม่ของคนยุค New Normal

ไม่ใช่แค่เพียงการเลือกอาหารและเสื้อผ้าเท่านั้น แต่การเลือกชมภาพยนตร์สักเรื่องก็ต้องขึ้นอยู่กับรสนิยมของผู้ชมเช่นกัน ในอดีตโรงภาพยนตร์ได้รับความนิยมมาก แต่ในยุคที่โรคอันตรายร้ายแรงอย่าง COVID-19 ระบาดอย่างหนัก การไปรับชมภาพยนตร์ตามโรงภาพยนตร์คงไม่ใช่เรื่องดีนัก แล้วจะทำอย่างไรหากรู้สึกอยากชมภาพยนตร์สักเรื่อง หรือระหว่างที่ออกท่องเที่ยวอยู่ แล้วเกิดรู้สึกเหงาหรือเบื่อขึ้นมา คำตอบคือ…เปิด Netflix สิ

Netflix คืออะไร

Netflix คือ การให้บริการสื่อบันเทิงในรูปแบบภาพยนตร์ ละคร หรือรายการโทรทัศน์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต โดยสามารถรับชมได้เฉพาะผู้ที่สมัครเป็นสมาชิกเท่านั้น เปิดตัวในประเทศไทยครั้งแรกในปี 2016 ในเวลานั้นเป็นที่รู้จักกันแค่เพียงผู้ชมกลุ่มเล็ก ๆ เท่านั้น แต่ภายหลังที่ระบบอินเตอร์เน็ตได้รับการพัฒนา และผู้คนสามารถเข้าถึงระบบอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงได้ทั่วถึงมากขึ้น ความนิยม Netflix ในหมู่คนไทยจึงเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย จากการสำรวจพบว่าทั่วโลกเป็นสมาชิกของ Netflix ประมาณ 104 ล้านคน กว่า 190 ประเทศทั่วโลก โดยคิดชั่วโมงการชมรายการทั้งหมดมากกว่า 125 ล้านชั่วโมง/1 วัน

มีอะไรใน Netflix

ข้อดีของ Netflix คือ สามารถรับชมได้ทั้งจากโทรศัพท์มือถือ แท็ปเล็ต สมาร์ททีวี Playstation Xbox Chromecast Apple TV เครื่องเล่น Blu-ray และอีกมากมายตามแต่สะดวก สามารถรับชมได้ทุกที่โดยไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม ไม่ต้องเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตตลอดเวลา เพราะสามารถดาวน์โหลดเนื้อหาไว้ชมแบบออฟไลน์ได้ ถ้ามีเวลาว่าง หรือเวลาพักผ่อนจากการท่องเที่ยว ลองเปิด Netflix ดู จะเห็นว่ามีตัวเลือกให้ได้รับชมมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ซีรีส์ การ์ตูนเด็ก ดราม่าอาชญากรรม ภาพยนตร์ รายการเพลง รายการทีวีเรียลลิตี้ สารคดี เรียกได้ว่าตอบรับผู้ชมได้ทุกอารมณ์เลยก็ว่าได้ จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ Netflix จะเป็นทางเลือกที่ดีมากในช่วงที่กระแส New Normal แพร่หลาย เพราะคงไม่มีอะไรดีไปกว่าการเปิดโทรทัศน์ดูรายการที่ชอบ ควบคู่ไปกับอาหารเมนูโปรด และคนที่เรารักล่ะ จริงไหม

การเข้าถึง Netflix สำหรับมือใหม่หัดดู

1.เข้าไปลงทะเบียนเป็นสมาชิกในบัญชี Netflix ตามช่องทางการรับชม ได้แก่

– Android เข้าไปดาวน์โหลดแอป Netflix จาก Google Play Store หรือเข้าไปที่เว็บไซต์ netflix.com/signup

– คอมพิวเตอร์ เข้าไปที่ netflix.com/signup

– iPhone iPad iPod Touch เข้าไปดาวน์โหลดแอป Netflix ใน App Store หรือเข้าไปที่เว็บไซต์ netflix.com/signup

– สมาร์ททีวี เปิดแอป Netflix

– กล่องรับสัญญาณ เปิดแอป Netflix

2.เลือกแพ็คเกจที่ต้องการ

3.สร้างบัญชีโดยใส่ข้อมูลที่อยู่อีเมล และตั้งรหัสผ่าน

4.ป้อนวิธีชำระเงิน

5.รับชมรายการที่ต้องการได้เลย

เห็นไหมว่า Netflix มีประโยชน์และเหมาะมากกับสังคมของประเทศไทย และสังคมโลกของเราในขณะนี้ การเข้าถึงก็ง่าย ไม่ซับซ้อน ทริปทัวร์คราวหน้าอย่าลืมเลือกโปรแกรมใน Netflix ดี ๆ สักเรื่อง แล้วเตรียมของกินสุดโปรดให้พร้อม แค่นี้ทริปเที่ยวอันเงียบเหงาก็จะกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ก็แหม! ไม่มีเวลาไหนจะวิเศษสุดเท่าช่วงนี้อีกแล้ว จริงไหม!

งานอดิเรกเมื่อยามที่ต้องออกท่องเที่ยวคนเดียว

เมื่อพูดถึงเรื่องเที่ยวแล้ว แน่นอนว่าเราจะต้องนึกถึงกลุ่มเพื่อนสนิท ครอบครัว ไม่ก็คนรู้ใจ แล้วก็มักจะมีเรื่องสนุก ๆ ทำร่วมกัน แต่บางครั้งร่างกายอยากพักผ่อนแบบจริงจัง เราอาจเลือกที่จะออกท่องเที่ยวไปในโลกกว้างคนเดียว ในเวลาแบบนั้น เราจะทำอะไรในระหว่างที่ท่องเที่ยวเพื่อไม่ให้รู้สึกเหงาได้บ้าง…ไปดูกัน

1.พูดคุยกับคนในพื้นที่ ในยามที่เราไปต่างที่ต่างถิ่น การเข้าไปทักทายทำความรู้จักกับคนแปลกหน้านั้นเป็นเรื่องที่จำเป็นมาก เพราะเราอาจได้รับคำแนะนำดี ๆ ที่ช่วยให้เราได้ไอเดียการท่องเที่ยว รวมทั้งอาจได้เพื่อนใหม่ด้วย การเข้าหาคนในท้องถิ่นและเริ่มหาเพื่อนอาจเป็นการเปิดหน้าต่างให้เราได้เห็นชีวิตในท้องถิ่นอื่นที่ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ควรระมัดระวังด้วยว่าคนแปลกหน้าคนนั้นน่าทำความรู้จักด้วยแค่ไหน อย่าลืมว่าความปลอดภัยก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน

2.พูดคุยกับนักท่องเที่ยวคนอื่น ๆ นอกเหนือจากคนในพื้นที่แล้ว การได้พูดคุยกับนักท่องเที่ยวคนอื่น ๆ อาจทำให้เราได้เพื่อนใหม่ หรือได้เพื่อนร่วมทางในเวลานั้น โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่มาคนเดียว เราอาจเริ่มด้วยบทสนทนา เช่น “มาเที่ยวคนเดียวเหรอ” “เหมือนกันเลย” “มากี่วันแล้ว” คำถามกว้าง ๆ เช่นนี้จะทำให้เราเริ่มต้นบทสนทนาได้อย่างราบรื่น แล้วก็จะเริ่มขยายไปถึงการพูดคุยเกี่ยวกับชีวิต ประสบการณ์การเดินทาง วัฒนธรรมทั้งของตัวเรา และของตัวเขาด้วย รับรองได้เลยว่ามันจะทำให้การเดินทางท่องเที่ยวคนเดียวมีชีวิตชีวามากขึ้น กุญแจสำคัญ คือ หาคนที่เดินทางคนเดียว หรืออาจจะเป็นคู่รักเริ่มยิ้มและทักทายเมื่อเดินผ่าน หากพวกเขาพูดว่าสวัสดี เราก็สามารถเริ่มต้นด้วยการถามคำถามทั่วไปเช่น “พวกคุณมาจากไหน” หรือ “คุณเดินทางคนเดียวด้วยหรือไม่” หากพวกเขาตอบและถามคำถามเพิ่มเติมแสดงว่าพวกเขาเปิดใจที่จะคุยกับเรา เราจะรู้ได้ทันทีว่าพวกเขาสนใจที่จะคุยกับเราหรือไม่ หากเราเป็นเพียงคนเดียวที่ถามคำถามแสดงว่าเราอาจกำลังรบกวนอีกฝ่าย ดังนั้น ควรยุติการสนทนาและปล่อยให้พวกเขาอยู่ในความสงบ

3.อย่าเครียดเมื่อหลงทาง การหลงทางเป็นเรื่องปกติมากเมื่ออยู่ในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย แม้ว่าเราจะเตรียมตัวมาดีก็ตาม ยิ่งถ้าต้องเดินทางคนเดียวด้วยแล้ว หากเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมา สิ่งแรกที่ควรทำคือ ตั้งสติ อย่าตกใจ จากนั้นจึงเริ่มต้นด้วยการตระหนักว่าเราควรมุ่งหน้าไปทางใด การแวะถามทางจากคนที่อยู่ในละแวกนั้นเป็นตัวช่วยที่ดี และระหว่างที่หาทางออกอยู่นั้น ดับความเครียดและความตระหนกด้วยการเพลิดเพลินไปกับทิวทัศน์และความสวยงามระหว่างทาง อย่าลืมบอกกับตัวเองว่า “การหลงทางครั้งนี้ทำให้เราได้มีโอกาสผจญภัยแบบที่ไม่เคยเจอมาก่อน”  แล้วการหลงทางก็จะไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอีกต่อไป

เห็นไหมว่าการเดินทางท่องเที่ยวคนเดียวไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อ หรือเรื่องที่เงียบเหงาอีกต่อไป ถ้าเราพยายามมองหาสิ่งที่อยู่ข้างหน้า แล้วเพลิดเพลินไปกับมัน บางทีลองหาเวลาออกท่องเที่ยวคนเดียวดูบ้างก็ดีเหมือนกันนะ

ทำความรู้จักกับเกมแฟนตาซีสัญชาติเกาหลี…Luna Online

ในช่วงที่ผ่านมาแวดวงเกมออนไลน์คึกคักกันมาก เนื่องจากมีเกมออกใหม่มาให้ได้ลองกันไม่เว้นแต่ละวัน บางเกมก็เป็นเกมชื่อเก่า แต่เป็นซีรีส์ใหม่ บางเกมก็เป็นเกมเก่าที่นำมารีเมคใหม่ให้ทันสมัย หรือมีการอัพเดทให้ดีขึ้นกว่าเดิม และหนึ่งในนั้นก็คือเกม Luna Online

Luna Online เป็นเกมแฟนตาซี MMORPG ผลิตโดยบริษัท Eya Interactive ประเทศเกาหลีใต้ ส่วนในประเทศไทยอยู่ภายใต้ลิขสิทธิ์ของบริษัท Jaya Soft Vision ความนิยมของเกมนี้ไม่ได้อยู่เพียงแค่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังโด่งดังไปอีกหลาย ๆ ประเทศ เช่น ญี่ปุ่น สิงคโปร์ มาเลเซีย ไต้หวัน และอเมริกาเหนือ ด้วยจุดเด่นที่มีตัวละครน่ารัก มีระบบการหาคู่ออนไลน์ และการเล่นกันเป็นครอบครัวโดยการรวมตัวของผู้เล่น

จริง ๆ แล้วเกมนี้เปิดตัวในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 และมีการพัฒนาเนื้อหา และจุดเด่นต่าง ๆ มากขึ้น โดยมีการสร้างมาแล้วทั้งหมด 4 ซีซันด้วยกัน โดยในซีซันแรกนั้น ตัวผู้เล่นจะต้องเลือกอาชีพของตัวเอง ในเบื้องต้นจะมีอยู่เพียง 3 อาชีพให้เลือกเท่านั้น คือ อาชีพไฟท์เตอร์ หรือนักต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่สามารถใช้อาวุธได้หลากหลาย เช่น ดาบมือเดียว ดาบสองมือ ค้อน ขวาน และโล่ อาชีพโร๊ค อันนี้จะออกแนวปราดเปรียว ว่องไว มีความแม่นยำในการโจมตีทั้งระยะใกล้ และไกล สามารถใช้อาวุธได้ทั้งธนู ปืน และมีดสั้น และสุดท้าย คือ อาชีพเมจ คือ เจ้าแห่งเวทย์มนต์คาถา มีคทาเป็นอาวุธ ใช้พลังธรรมชาติในการโจมตีศัตรู เช่น ลม น้ำ ไฟ และการใช้พิษ นอกจากอาชีพแล้ว ตัวละครในเกมยังแบ่งแยกออกเป็นเผ่ามนุษย์  และเอลฟ์ กิจกรรมหลักของเกม คือ การทำฟาร์ม และการต่อสู้เพื่อเก็บเลเวล

ในซีซันที่ 2 มีการอัพเดตแผนที่ต่าง ๆ และอัพเดทระบบ ทารินทูซ ซึ่งเป็นระบบตามเนื้อเรื่อง รวมไปถึงระบบอาชีพ และระบบที่อำนวยความสะดวกต่าง ๆ เช่น ระบบออโตโน้ต ระบบตกปลา ระบบบัพกิสต์ แถมยังปรับระดับเกมให้เล่นง่ายขึ้นด้วย ส่วนในซีซันที่ 3 เป็นการอัพเดทครั้งยิ่งใหญ่ มีการเสริมเนื้อหา และจุดเด่นเพิ่มเข้าไปอีก มีระบบสัตว์ ปรับปรุงระบบฟาร์ม และเปลี่ยนระบบอาชีพ ซีซันล่าสุดที่เพิ่มอัพเดต คือ Luna Rebirth เป็นแคมเปญการปรับปรุงระบบเพื่อฉลองครบรอบ   1 ปีของเกม มีการปรับระบบให้เล่นง่ายมากขึ้น เช่น ปรับระบบกล่องของขวัญ ระบบพนัน ระบบยืมชุด เป็นต้น

ภายในเกมนอกจากตัวละครแล้ว ยังมีข้อมูลของร้านค้า และระบบปาร์ตี้ ซึ่งจะมีหน้าต่างของร้านค้ามาให้ผู้เล่นได้เลือกซื้อสินค้า ในร้านค้านี้ผู้เล่นต้องจ่ายเงินจริง ๆ เพื่อซื้อสินค้า แต่ถ้าไม่อยากเสียเงิน จะมีระบบร้านค้าแลกเปลี่ยนให้ผู้เล่นได้สะสมชิ้นส่วนต่าง ๆ เพื่อแลกสัตว์เลี้ยงน่ารัก และแรร์ไอเท็มอีกมากมาย ที่สำคัญเวลาเล่นจะมีเควส ซึ่งเป็นแท็ปแจ้งเตือนให้เราปฏิบัติภารกิจให้สำเร็จ โดยเควสไหนที่ทำสำเร็จแล้ว คำสั่งจะถูกเปลี่ยนเป็นสีส้ม นอกจากนี้ ภายในเกมผู้เล่นยังสามารถพูดคุยกับผู้เล่นคนอื่น ๆ ได้ โดยผ่านทางช่องแชท Luna Online เรียกได้ว่าแม้จะนั่งเล่นอยู่คนเดียวที่บ้าน ก็สามารถพูดคุยกับเพื่อน ๆ คนอื่น ๆ ในเกมได้

เกมน่ารักน่าสนใจขนาดนี้ คอเกมต้องไม่พลาดอย่างแน่นอน ใครเล่นแล้วลองมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะ

Cooking Battle…เกมแข่งทำอาหารในตำนาน

แฟนเกมคนไหนที่เคยเล่นเกม Overcooked ก็คงจะคุ้นชินกันดี เพราะเกม Cooking Battle แห่งค่าย Yuezhijun นั้นก็ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเกม Overcooked ที่ผู้เล่นจะสวมบทเป็นเชฟที่พยายามปรุงอาหารให้ทันออเดอร์ของลูกค้าที่จะเข้ามาเรื่อย ๆ ยิ่งทำอาหารออกเสิร์ฟได้มากเท่าไร ก็จะยิ่งได้แต้มคะแนนดี ๆ มากเท่านั้น

จุดเด่นของ Cooking Battle คือ ภาพการ์ตูนน่ารักสดใสแบบ Full 3D ไม่เพียงแค่ตัวการ์ตูนเท่านั้น แต่ฉากและรายละเอียดต่าง ๆ ภายในเกมล้วนแต่เป็นภาพแบบ Full 3D ที่น่าดึงดูดใจแทบทั้งสิ้น ระบบการเล่นภายในเกมก็จะดูซับซ้อนกว่า Overcooked โดยจะแบ่งผู้เล่นออกเป็นทีม ทีมละ 2 คน ช่วยกันจัดเตรียมอาหารเพื่อเสิร์ฟให้กับลูกค้าตามออเดอร์ เสมือนว่าเรากำลังเป็นเชฟอยู่จริง ๆ ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมวัตถุดิบ การคำนวณวัตถุดิบที่ต้องใช้ การหั่น การปรุง การใส่ลงจานเพื่อเสิร์ฟ เมื่อเสิร์ฟลูกค้าก็จะจ่ายเงิน เราต้องเดินไปรับเงิน และนำจานไปล้างด้วย เรียกได้ว่าเป็นการทำอาหารแบบครบวงจรเลยก็ว่าได้ อาหารที่ลูกค้าสั่งจะเปลี่ยนไปตลอดเวลา โดยดูได้จากด้านซ้ายบนของหน้าจอ ในการทำอาหารแต่ละครั้งจะมีการกำหนดเวลา และมีการกลั่นแกล้งกัน เช่น อาจถูกศัตรูมาขโมยวัตถุดิบที่เตรียมเอาไว้แล้วไป หรืออาจโดนปาของใส่จนทำให้เตรียมอาหารช้า ดังนั้น ผู้เล่นจะต้องทำงานร่วมกันเป็นทีมจึงจะเอาชนะได้ แถมยังจำลองอารมณ์ได้ตามสถานการณ์การทำครัวจริง ๆ นั่นก็คือ อาจเกิดการทะเลาะกันเองระหว่างเพื่อนร่วมทีม เพราะอาจเผลอเดินชนกัน หรือทะเลาะกันเพราะทำอาหารผิด ที่สำคัญในเกมสามารถเปิดไมค์คุยกับเพื่อนในทีมได้ด้วย เรียกได้ว่ายกเอาบรรยากาศการทำครัวมาได้อย่างครบถ้วนเลยก็ว่าได้

ภายในเกมแบ่งการแข่งขันออกเป็นหลายโหมด รวมทั้งยังมีโหมดออนไลน์ที่ให้ผู้เล่นได้แข่งขันกับผู้เล่นคนอื่นทางออนไลน์ ส่วนโหมดเล่นคนเดียว ก็จะมีคู่แข่งกำหนดมาให้เลยโดยไม่ต้องหา เราก็ต้องเอาชนะคู่แข่งให้ได้ ข้อดี คือ เราสามารถเล่นเกมโหมดนี้ได้โดยไม่ต้องต่ออินเตอร์เน็ต การแข่งขันจะเรียงลำดับตามความง่ายไปจนถึงยาก เมนูอาหารจะเริ่มตั้งแต่เมนูง่าย ๆ ใช้วัตถุดิบน้อย ไปจนถึงเมนูอาหารที่มีความซับซ้อน เรียกได้ว่า ผ่านเกมนี้ไป ผู้เล่นสามารถประกอบอาหารรับประทานเองได้เลยทีเดียว ถือว่าเป็นเกมที่สนุกและมีประโยชน์อีกเกมหนึ่งเลย นอกจากจะมีการแข่งขันแล้ว ยังมีการซื้อขายของภายในเกมด้วย ของที่ขายส่วนใหญ่จะเป็นตัวละครเพิ่มเติม กับของตกแต่งห้องครัว ที่ให้ผู้เล่นได้สนุกสนานกับการตกแต่งห้องครัวตามใจชอบด้วย

คอเกมคนไหนที่เบื่อกับเกมแนวแอ็กชั่นแฟนตาซี ลองมาปลกล็อคเกม Cooking Battle ดูก็ไม่เลวนะ เพราะเกมนี้ไม่ได้มีดีแต่การทำอาหาร แต่เป็นเกมที่ฝึกให้เรารู้จักการวางแผน และทำงานเป็นทีม และที่สำคัญหากเล่นร่วมกับเพื่อน ๆ เกมนี้ยังสามารถสร้างเสียงหัวเราะให้กับผู้เล่นได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

5 เรื่องตลกร้ายกับตำนานการแข่งขัน World Cup

การแข่งขัน World Cup หรือฟุตบอลโลกเป็นการแข่งขันฟุตบอลที่คอบอลทั่วโลกต่างรอคอยอย่างใจจดใจจ่อ และแทบจะไม่พลาดในทุกแมทการแข่งขัน ฟุตบอลโลกสามารถให้อารมณ์ที่หลากหลายแก่ผู้ชม และผู้เข้าแข่งขันได้ด้วยเช่นกัน ภายใต้เสียงเชียร์ที่ดังกึกก้องไปทั่วสนามแข่งขัน มี 5 เรื่องตลกร้ายต่อไปนี้ซ่อนอยู่

1.ปี 1994 การเตะลูกโทษของนักร้องดัง Diana Ross – ในปีนั้นนักร้องสาวได้มีโอกาสเตะลูกโทษตอนที่เธอทำการแสดงเพื่อเปิดงาน โดยเธอเดินลงสนามพร้อมกับการร้องและเต้นจนมาถึงจุดยิงลูกโทษ ทันทีที่เธอยิงลูกโทษ ฟุตบอลกลับไปโดนเสาประตู จนประตูฟุตบอลล้มครืนแยกออกเป็นสองส่วนลงมาต่อหน้าต่อตา ทุกคนต่างพากันตกใจ แต่ภายใต้ความตกใจนั้นกลับมีความขำขันเกิดขึ้น Diana Ross รู้สึกตกใจและอายมาก ทำให้เธอหายหน้าไปนานจากเหตุการณ์นั้น ก่อนจะกลับมาพร้อมกับโฆษณาพิซซ่าที่แสดงคู่กับ Darius Vassell

2.ปี 1990 Massing และ Caniggia – Benjamin Massing เป็นกองหลังตัวใหญ่ของแคเมอรูน สโลแกนในการเล่นฟุตบอลของเขาก็คือ ถ้ามันเคลื่อนไหวเตะมัน ถ้ามันไม่ขยับก็เตะมันอยู่ดี ในขณะที่ฝ่ายตรงข้าม คือ Claudio Caniggia ก็เคลื่อนไหวไปมาอยู่ในสนาม และพยายามอย่างยิ่งที่จะหลีกเลี่ยงการโจมตีของ Massing ถึงสองครั้ง ในท้ายที่สุดทีมของแคเมอรูนเป็นฝ่ายชนะ Massing กลับวิ่งไปโบกมือและเล่นเวฟกับทีมของมิลานเสียอย่างนั้น ทั้ง ๆ ที่เพิ่งจะโจมตีทีมของเขาไป นี่แหละนะที่เรียกว่า ดีใจจนลืม…

3.กองทัพของพันธมิตรสกอตแลนด์คลาสสิก – เรื่องนี้ต้องบอกว่าเป็นเรื่องตลกร้าย เพราะทีมของสกอตแลนด์ได้จัดการเดินขบวนพาเหรดชัยชนะรอบเมืองแฮมป์เดนเพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะที่กำลังจะเกิดขึ้นในฟุตบอลโลก เน้นว่ากำลังจะเกิดขึ้นนะ เนื่องจากยังไม่ได้แข่งขันเลย แต่กลับฉลองล่วงหน้าเสียแล้ว แต่สุดท้ายสกอตแลนด์ก็พ่ายแพ้ให้แก่ทีมของเปรู และอิหร่าน แม้ว่าจะสามารถเอาชนะทีมของฮอล์แลนด์มาได้ แต่ก็ต้องตกรอบไปอย่างน่าเสียดาย เนื่องจากทำประตูได้ไม่มากพอที่จะผ่านเข้ารอบ แหม! ทำไปได้เนอะ

4.การยิงประตูของ Jeff Agoos – ในการแข่งขันฟุตบอลโลก ปี 2002 Jeff Agoos ได้เป็นตัวแทนสหรัฐอเมริกาในฟุตบอลโลก หลังจากที่รอคอยมาเป็นเวลาถึง 14 ปี แต่เขากลับทำประตูได้แย่ที่สุดในประวัติศาสตร์การแข่งขัน เนื่องจากเขาดันเตะลูกเข้าประตูตัวเองในตอนที่จะทำประตูสุดท้ายในการปะทะกลุ่ม D ของสหรัฐอเมริกากับโปรตุเกส เรียกได้ว่างานนี้อึ้งกันทั้งทีมเลยทีเดียว

5.คูเวตหยุดเล่น – ในโลกตะวันออกกลาง ผู้นำของพวกเขาจะเรียกตัวเองว่าชีค ทีมฟุตบอลคูเวตเองก็มีชีคเป็นผู้ควบคุมทีม ขณะที่ทำการแข่งขันกับทีมฝรั่งเศส กองหน้าคูเวตกลับหยุดเล่นขึ้นมาเสียอย่างนั้นเมื่อได้ยินเสียงนกหวีดดังขึ้น ระหว่างนั้นทีมคู่แข่ง คือ ฝรั่งเศสกำลังโจมตีอย่างหนัก แต่สุดท้ายสามัญสำนึก และสัญชาติญาณของนักกีฬาก็ทำงานอีกครั้ง เมื่อ Giresse บุกเข้าไปทำประตู ทำให้ทีมคูเวตต้องป้องกันทีมตัวเองอีกครั้งโดยไม่ฟังคำสั่งของชีคที่อยู่ท่ามกลางฝูงชน เกมถึงได้ดำเนินต่อไป

ไม่น่าเชื่อว่าการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ระดับโลกที่เบื้องหน้าการแข่งขันแสนจะสนุกสนาน แต่กลับมีเบื้องหลังที่ตลกร้ายจริง ๆ เลยนะ

5 ทีมบาสเกตบอลยอดแย่ที่สุดในประวัติศาสตร์การแข่งขัน NBA

สำหรับการแข่งขันกีฬาบาสเกตบอลอาชีพของทวีปอเมริกาเหนือ อย่างสหรัฐอเมริกาและแคนาดา) หรือที่รู้จักกันในชื่อของ NBA เป็นอีกหนึ่งการแข่งขันที่มีแฟนกีฬารอชมเป็นจำนวนมาก กีฬาบาสเกตบอลได้รับนิยมสูงไม่แพ้กีฬาฟุตบอล ดังนั้น ในแต่ละลีกการแข่งขันนั้นต้องเข้มข้นดุเดือดถึงใจคอกีฬาเป็นแน่ NBA ถือเป็นลีกแรกที่มีคนผิวดำเข้ามาดำรงตำแหน่งสำคัญ ได้แก่ โค้ชหลัก ผู้จัดการทั่วไป และเจ้าของทีม รวมทั้งตัวนักกีฬาผิวสีที่มากความสามารถก็มีอยู่ไม่น้อย แม้ว่า NBA จะมีทีมเข้าร่วมการแข่งขันเป็นจำนวนมาก แต่ก็ใช่ว่าทุกทีมจะมีฝีมือฉกาจเสมอไป เรามาดูกันว่าทีมที่ถูกจัดอันดับว่ายอดแย่ที่สุดในการแข่งขัน NBA มีทีมไหนกันบ้าง

1.Cleveland Cavaliers ข้อดีของทีมนี้ คือ มีนักกีฬาตัวนำอย่าง LeBron James และ Ricky Davis มือทำแต้มรีบาวน์เป็นตัวชูโรง แต่ก็มีข้อเสีย คือ แม้ว่าจะได้รับชัยชนะ 19 แต้มเหนือทีม Los Angeles Lakers แชมป์สามสมัยในเกมที่สี่ของฤดูกาลปกติก็ตาม แต่กลับพ่ายแพ้ถึง 15 เกมรวด ซึ่งแพ้ถึง 41 และ 32 แต้ม ถือว่าเป็นคะแนนที่แย่มาก ๆ และจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ทีมนี้ติดอยู่ในลิสต์ทีมที่ถูกจัดอันดับยอดแย่ก็คือ การขายตัวนักกีฬาสองคนในทีม ได้แก่ Bryant Stith และ Andre Miller แกนนำของทีมในลีกปี 2001-2002

2.Chicago Bulls ข้อดีของทีมนี้ คือ แม้ว่าจะสูญเสียนักกีฬาตัวนำอย่าง Michael Jordan, Scottie Pippen, Dennis Rodman, Steve Kerr และ Luc Longley ไป และเหลือแต่นักกีฬาหน้าใหม่ร่วมทีม แต่โชคก็ยังเข้าข้าง เพราะในทีมยังเหลือ Fred Hoiberg ผู้มีประสบการณ์การแข่งขันสามปีเป็นตัวนำ และสามารถพยุงทีมเอาไว้ได้ ข้อเสียของทีม คือ นักกีฬาหน้าใหม่ห้าในแปดคนนั้นออกจากลีกภายในสามปี คงเหลือตัวหลักไว้ คือ Marcus Fizer และ Jake Voskuhl สุดท้ายทั้งคู่ก็ลาออกไป เหลือสมาชิกคนสุดท้าย คือ Jamal Crawford ซึ่งต่อมาก็ย้ายไปอยู่กับ New York Knicks

3.Atlanta Hawks ข้อดีของทีมนี้ คือ ทีมนี้มีจุดแข็งอยู่ที่ Marvin Williams นักกีฬาตัวเต็งลำดับที่ 2 ในปี 2005 และก็ไม่ทำให้ผิดวัง เพราะเขาอยู่กับทีมมาถึง 7 ปี และเป็นผู้เล่นที่ดีที่สุดเป็นลำดับที่สี่ใน Draft Class ข้อเสียของทีม คือ ในช่วงหลังที่ทำการแข่งขันทีมทำแต้มได้น้อยมาก

4.Houston Rockets ทีมนี้มีข้อดี คือ ในช่วงปี 1981-1982 ทีมสามารถชนะได้ถึง 46 เกม และในระหว่างปี 1984-1985 ทีมเข้าเป็นตัวสำรองถึง 48 ครั้ง แต่ในปี 1981-1982 สมาชิกในทีม คือ Moses Malone ได้ถูกซื้อตัวไป และได้นักกีฬาตัวแทนฝีมือดีอย่าง Ralph Sampson, Rodney McCray และ Hakeem Olajuwon เข้ามาแทนที่ ข้อเสียของทีม คือ แม้ว่าจะเริ่มต้นแคมเปญด้วยสถิติ 0-10 แต่ก็มีการแพ้ถึง 8 ครั้งติดต่อกันถึงห้าเกม และชนะแค่เพียงสองเกมในการแข่งขัน อัตราคะแนนเฉลี่ยคือ -11.6 ทำให้ทีมนี้ติดอันดับทีมที่แย่ที่สุดในประวัติศาสตร์ NBA

5.Los Angeles Clippers Michael Cage ถือเป็นแสงสว่าง และเป็นข้อดีของทีม เขาสามารถทำคะแนนเฉลี่ยได้ 15.70 คะแนน ซึ่งเป็นคะแนนที่ดีที่สุดในอาชีพการเป็นนักบาสเกตบอลของเขา แต่ตั้งแต่ปี 1981-1982 และปี 1990-1991 ทีมนี้มีการแข่งขัน 10 ฤดูกาลติดต่อกัน แต่มีเปอร์เซ็นต์การชนะอยู่ที่ 0.390 เท่านั้น ซึ่งเห็นได้ชัดว่านี่เป็นจุดต่ำสุดของทีมที่ทำให้ต้องติดหนึ่งในทีมบาสเกตบอลที่แย่ที่สุดในประวัติศาสตร์ NBA นั่นเอง

เห็นอย่างนี้แล้วคงต้องยึดคำโบราณที่ว่า “มีขึ้นย่อมต้องมีลง” ถือว่าเป็นสัจธรรมที่นำมาใช้ได้ในทุกสถานการณ์จริง ๆ