Netflix…ทางเลือกใหม่ของคนยุค New Normal

ไม่ใช่แค่เพียงการเลือกอาหารและเสื้อผ้าเท่านั้น แต่การเลือกชมภาพยนตร์สักเรื่องก็ต้องขึ้นอยู่กับรสนิยมของผู้ชมเช่นกัน ในอดีตโรงภาพยนตร์ได้รับความนิยมมาก แต่ในยุคที่โรคอันตรายร้ายแรงอย่าง COVID-19 ระบาดอย่างหนัก การไปรับชมภาพยนตร์ตามโรงภาพยนตร์คงไม่ใช่เรื่องดีนัก แล้วจะทำอย่างไรหากรู้สึกอยากชมภาพยนตร์สักเรื่อง หรือระหว่างที่ออกท่องเที่ยวอยู่ แล้วเกิดรู้สึกเหงาหรือเบื่อขึ้นมา คำตอบคือ…เปิด Netflix สิ

Netflix คืออะไร

Netflix คือ การให้บริการสื่อบันเทิงในรูปแบบภาพยนตร์ ละคร หรือรายการโทรทัศน์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต โดยสามารถรับชมได้เฉพาะผู้ที่สมัครเป็นสมาชิกเท่านั้น เปิดตัวในประเทศไทยครั้งแรกในปี 2016 ในเวลานั้นเป็นที่รู้จักกันแค่เพียงผู้ชมกลุ่มเล็ก ๆ เท่านั้น แต่ภายหลังที่ระบบอินเตอร์เน็ตได้รับการพัฒนา และผู้คนสามารถเข้าถึงระบบอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงได้ทั่วถึงมากขึ้น ความนิยม Netflix ในหมู่คนไทยจึงเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย จากการสำรวจพบว่าทั่วโลกเป็นสมาชิกของ Netflix ประมาณ 104 ล้านคน กว่า 190 ประเทศทั่วโลก โดยคิดชั่วโมงการชมรายการทั้งหมดมากกว่า 125 ล้านชั่วโมง/1 วัน

มีอะไรใน Netflix

ข้อดีของ Netflix คือ สามารถรับชมได้ทั้งจากโทรศัพท์มือถือ แท็ปเล็ต สมาร์ททีวี Playstation Xbox Chromecast Apple TV เครื่องเล่น Blu-ray และอีกมากมายตามแต่สะดวก สามารถรับชมได้ทุกที่โดยไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม ไม่ต้องเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตตลอดเวลา เพราะสามารถดาวน์โหลดเนื้อหาไว้ชมแบบออฟไลน์ได้ ถ้ามีเวลาว่าง หรือเวลาพักผ่อนจากการท่องเที่ยว ลองเปิด Netflix ดู จะเห็นว่ามีตัวเลือกให้ได้รับชมมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ซีรีส์ การ์ตูนเด็ก ดราม่าอาชญากรรม ภาพยนตร์ รายการเพลง รายการทีวีเรียลลิตี้ สารคดี เรียกได้ว่าตอบรับผู้ชมได้ทุกอารมณ์เลยก็ว่าได้ จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ Netflix จะเป็นทางเลือกที่ดีมากในช่วงที่กระแส New Normal แพร่หลาย เพราะคงไม่มีอะไรดีไปกว่าการเปิดโทรทัศน์ดูรายการที่ชอบ ควบคู่ไปกับอาหารเมนูโปรด และคนที่เรารักล่ะ จริงไหม

การเข้าถึง Netflix สำหรับมือใหม่หัดดู

1.เข้าไปลงทะเบียนเป็นสมาชิกในบัญชี Netflix ตามช่องทางการรับชม ได้แก่

– Android เข้าไปดาวน์โหลดแอป Netflix จาก Google Play Store หรือเข้าไปที่เว็บไซต์ netflix.com/signup

– คอมพิวเตอร์ เข้าไปที่ netflix.com/signup

– iPhone iPad iPod Touch เข้าไปดาวน์โหลดแอป Netflix ใน App Store หรือเข้าไปที่เว็บไซต์ netflix.com/signup

– สมาร์ททีวี เปิดแอป Netflix

– กล่องรับสัญญาณ เปิดแอป Netflix

2.เลือกแพ็คเกจที่ต้องการ

3.สร้างบัญชีโดยใส่ข้อมูลที่อยู่อีเมล และตั้งรหัสผ่าน

4.ป้อนวิธีชำระเงิน

5.รับชมรายการที่ต้องการได้เลย

เห็นไหมว่า Netflix มีประโยชน์และเหมาะมากกับสังคมของประเทศไทย และสังคมโลกของเราในขณะนี้ การเข้าถึงก็ง่าย ไม่ซับซ้อน ทริปทัวร์คราวหน้าอย่าลืมเลือกโปรแกรมใน Netflix ดี ๆ สักเรื่อง แล้วเตรียมของกินสุดโปรดให้พร้อม แค่นี้ทริปเที่ยวอันเงียบเหงาก็จะกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ก็แหม! ไม่มีเวลาไหนจะวิเศษสุดเท่าช่วงนี้อีกแล้ว จริงไหม!

งานอดิเรกเมื่อยามที่ต้องออกท่องเที่ยวคนเดียว

เมื่อพูดถึงเรื่องเที่ยวแล้ว แน่นอนว่าเราจะต้องนึกถึงกลุ่มเพื่อนสนิท ครอบครัว ไม่ก็คนรู้ใจ แล้วก็มักจะมีเรื่องสนุก ๆ ทำร่วมกัน แต่บางครั้งร่างกายอยากพักผ่อนแบบจริงจัง เราอาจเลือกที่จะออกท่องเที่ยวไปในโลกกว้างคนเดียว ในเวลาแบบนั้น เราจะทำอะไรในระหว่างที่ท่องเที่ยวเพื่อไม่ให้รู้สึกเหงาได้บ้าง…ไปดูกัน

1.พูดคุยกับคนในพื้นที่ ในยามที่เราไปต่างที่ต่างถิ่น การเข้าไปทักทายทำความรู้จักกับคนแปลกหน้านั้นเป็นเรื่องที่จำเป็นมาก เพราะเราอาจได้รับคำแนะนำดี ๆ ที่ช่วยให้เราได้ไอเดียการท่องเที่ยว รวมทั้งอาจได้เพื่อนใหม่ด้วย การเข้าหาคนในท้องถิ่นและเริ่มหาเพื่อนอาจเป็นการเปิดหน้าต่างให้เราได้เห็นชีวิตในท้องถิ่นอื่นที่ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ควรระมัดระวังด้วยว่าคนแปลกหน้าคนนั้นน่าทำความรู้จักด้วยแค่ไหน อย่าลืมว่าความปลอดภัยก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน

2.พูดคุยกับนักท่องเที่ยวคนอื่น ๆ นอกเหนือจากคนในพื้นที่แล้ว การได้พูดคุยกับนักท่องเที่ยวคนอื่น ๆ อาจทำให้เราได้เพื่อนใหม่ หรือได้เพื่อนร่วมทางในเวลานั้น โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่มาคนเดียว เราอาจเริ่มด้วยบทสนทนา เช่น “มาเที่ยวคนเดียวเหรอ” “เหมือนกันเลย” “มากี่วันแล้ว” คำถามกว้าง ๆ เช่นนี้จะทำให้เราเริ่มต้นบทสนทนาได้อย่างราบรื่น แล้วก็จะเริ่มขยายไปถึงการพูดคุยเกี่ยวกับชีวิต ประสบการณ์การเดินทาง วัฒนธรรมทั้งของตัวเรา และของตัวเขาด้วย รับรองได้เลยว่ามันจะทำให้การเดินทางท่องเที่ยวคนเดียวมีชีวิตชีวามากขึ้น กุญแจสำคัญ คือ หาคนที่เดินทางคนเดียว หรืออาจจะเป็นคู่รักเริ่มยิ้มและทักทายเมื่อเดินผ่าน หากพวกเขาพูดว่าสวัสดี เราก็สามารถเริ่มต้นด้วยการถามคำถามทั่วไปเช่น “พวกคุณมาจากไหน” หรือ “คุณเดินทางคนเดียวด้วยหรือไม่” หากพวกเขาตอบและถามคำถามเพิ่มเติมแสดงว่าพวกเขาเปิดใจที่จะคุยกับเรา เราจะรู้ได้ทันทีว่าพวกเขาสนใจที่จะคุยกับเราหรือไม่ หากเราเป็นเพียงคนเดียวที่ถามคำถามแสดงว่าเราอาจกำลังรบกวนอีกฝ่าย ดังนั้น ควรยุติการสนทนาและปล่อยให้พวกเขาอยู่ในความสงบ

3.อย่าเครียดเมื่อหลงทาง การหลงทางเป็นเรื่องปกติมากเมื่ออยู่ในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย แม้ว่าเราจะเตรียมตัวมาดีก็ตาม ยิ่งถ้าต้องเดินทางคนเดียวด้วยแล้ว หากเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมา สิ่งแรกที่ควรทำคือ ตั้งสติ อย่าตกใจ จากนั้นจึงเริ่มต้นด้วยการตระหนักว่าเราควรมุ่งหน้าไปทางใด การแวะถามทางจากคนที่อยู่ในละแวกนั้นเป็นตัวช่วยที่ดี และระหว่างที่หาทางออกอยู่นั้น ดับความเครียดและความตระหนกด้วยการเพลิดเพลินไปกับทิวทัศน์และความสวยงามระหว่างทาง อย่าลืมบอกกับตัวเองว่า “การหลงทางครั้งนี้ทำให้เราได้มีโอกาสผจญภัยแบบที่ไม่เคยเจอมาก่อน”  แล้วการหลงทางก็จะไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอีกต่อไป

เห็นไหมว่าการเดินทางท่องเที่ยวคนเดียวไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อ หรือเรื่องที่เงียบเหงาอีกต่อไป ถ้าเราพยายามมองหาสิ่งที่อยู่ข้างหน้า แล้วเพลิดเพลินไปกับมัน บางทีลองหาเวลาออกท่องเที่ยวคนเดียวดูบ้างก็ดีเหมือนกันนะ

ทำความรู้จักกับเกมแฟนตาซีสัญชาติเกาหลี…Luna Online

ในช่วงที่ผ่านมาแวดวงเกมออนไลน์คึกคักกันมาก เนื่องจากมีเกมออกใหม่มาให้ได้ลองกันไม่เว้นแต่ละวัน บางเกมก็เป็นเกมชื่อเก่า แต่เป็นซีรีส์ใหม่ บางเกมก็เป็นเกมเก่าที่นำมารีเมคใหม่ให้ทันสมัย หรือมีการอัพเดทให้ดีขึ้นกว่าเดิม และหนึ่งในนั้นก็คือเกม Luna Online

Luna Online เป็นเกมแฟนตาซี MMORPG ผลิตโดยบริษัท Eya Interactive ประเทศเกาหลีใต้ ส่วนในประเทศไทยอยู่ภายใต้ลิขสิทธิ์ของบริษัท Jaya Soft Vision ความนิยมของเกมนี้ไม่ได้อยู่เพียงแค่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังโด่งดังไปอีกหลาย ๆ ประเทศ เช่น ญี่ปุ่น สิงคโปร์ มาเลเซีย ไต้หวัน และอเมริกาเหนือ ด้วยจุดเด่นที่มีตัวละครน่ารัก มีระบบการหาคู่ออนไลน์ และการเล่นกันเป็นครอบครัวโดยการรวมตัวของผู้เล่น

จริง ๆ แล้วเกมนี้เปิดตัวในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 และมีการพัฒนาเนื้อหา และจุดเด่นต่าง ๆ มากขึ้น โดยมีการสร้างมาแล้วทั้งหมด 4 ซีซันด้วยกัน โดยในซีซันแรกนั้น ตัวผู้เล่นจะต้องเลือกอาชีพของตัวเอง ในเบื้องต้นจะมีอยู่เพียง 3 อาชีพให้เลือกเท่านั้น คือ อาชีพไฟท์เตอร์ หรือนักต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่สามารถใช้อาวุธได้หลากหลาย เช่น ดาบมือเดียว ดาบสองมือ ค้อน ขวาน และโล่ อาชีพโร๊ค อันนี้จะออกแนวปราดเปรียว ว่องไว มีความแม่นยำในการโจมตีทั้งระยะใกล้ และไกล สามารถใช้อาวุธได้ทั้งธนู ปืน และมีดสั้น และสุดท้าย คือ อาชีพเมจ คือ เจ้าแห่งเวทย์มนต์คาถา มีคทาเป็นอาวุธ ใช้พลังธรรมชาติในการโจมตีศัตรู เช่น ลม น้ำ ไฟ และการใช้พิษ นอกจากอาชีพแล้ว ตัวละครในเกมยังแบ่งแยกออกเป็นเผ่ามนุษย์  และเอลฟ์ กิจกรรมหลักของเกม คือ การทำฟาร์ม และการต่อสู้เพื่อเก็บเลเวล

ในซีซันที่ 2 มีการอัพเดตแผนที่ต่าง ๆ และอัพเดทระบบ ทารินทูซ ซึ่งเป็นระบบตามเนื้อเรื่อง รวมไปถึงระบบอาชีพ และระบบที่อำนวยความสะดวกต่าง ๆ เช่น ระบบออโตโน้ต ระบบตกปลา ระบบบัพกิสต์ แถมยังปรับระดับเกมให้เล่นง่ายขึ้นด้วย ส่วนในซีซันที่ 3 เป็นการอัพเดทครั้งยิ่งใหญ่ มีการเสริมเนื้อหา และจุดเด่นเพิ่มเข้าไปอีก มีระบบสัตว์ ปรับปรุงระบบฟาร์ม และเปลี่ยนระบบอาชีพ ซีซันล่าสุดที่เพิ่มอัพเดต คือ Luna Rebirth เป็นแคมเปญการปรับปรุงระบบเพื่อฉลองครบรอบ   1 ปีของเกม มีการปรับระบบให้เล่นง่ายมากขึ้น เช่น ปรับระบบกล่องของขวัญ ระบบพนัน ระบบยืมชุด เป็นต้น

ภายในเกมนอกจากตัวละครแล้ว ยังมีข้อมูลของร้านค้า และระบบปาร์ตี้ ซึ่งจะมีหน้าต่างของร้านค้ามาให้ผู้เล่นได้เลือกซื้อสินค้า ในร้านค้านี้ผู้เล่นต้องจ่ายเงินจริง ๆ เพื่อซื้อสินค้า แต่ถ้าไม่อยากเสียเงิน จะมีระบบร้านค้าแลกเปลี่ยนให้ผู้เล่นได้สะสมชิ้นส่วนต่าง ๆ เพื่อแลกสัตว์เลี้ยงน่ารัก และแรร์ไอเท็มอีกมากมาย ที่สำคัญเวลาเล่นจะมีเควส ซึ่งเป็นแท็ปแจ้งเตือนให้เราปฏิบัติภารกิจให้สำเร็จ โดยเควสไหนที่ทำสำเร็จแล้ว คำสั่งจะถูกเปลี่ยนเป็นสีส้ม นอกจากนี้ ภายในเกมผู้เล่นยังสามารถพูดคุยกับผู้เล่นคนอื่น ๆ ได้ โดยผ่านทางช่องแชท Luna Online เรียกได้ว่าแม้จะนั่งเล่นอยู่คนเดียวที่บ้าน ก็สามารถพูดคุยกับเพื่อน ๆ คนอื่น ๆ ในเกมได้

เกมน่ารักน่าสนใจขนาดนี้ คอเกมต้องไม่พลาดอย่างแน่นอน ใครเล่นแล้วลองมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะ

Cooking Battle…เกมแข่งทำอาหารในตำนาน

แฟนเกมคนไหนที่เคยเล่นเกม Overcooked ก็คงจะคุ้นชินกันดี เพราะเกม Cooking Battle แห่งค่าย Yuezhijun นั้นก็ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเกม Overcooked ที่ผู้เล่นจะสวมบทเป็นเชฟที่พยายามปรุงอาหารให้ทันออเดอร์ของลูกค้าที่จะเข้ามาเรื่อย ๆ ยิ่งทำอาหารออกเสิร์ฟได้มากเท่าไร ก็จะยิ่งได้แต้มคะแนนดี ๆ มากเท่านั้น

จุดเด่นของ Cooking Battle คือ ภาพการ์ตูนน่ารักสดใสแบบ Full 3D ไม่เพียงแค่ตัวการ์ตูนเท่านั้น แต่ฉากและรายละเอียดต่าง ๆ ภายในเกมล้วนแต่เป็นภาพแบบ Full 3D ที่น่าดึงดูดใจแทบทั้งสิ้น ระบบการเล่นภายในเกมก็จะดูซับซ้อนกว่า Overcooked โดยจะแบ่งผู้เล่นออกเป็นทีม ทีมละ 2 คน ช่วยกันจัดเตรียมอาหารเพื่อเสิร์ฟให้กับลูกค้าตามออเดอร์ เสมือนว่าเรากำลังเป็นเชฟอยู่จริง ๆ ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมวัตถุดิบ การคำนวณวัตถุดิบที่ต้องใช้ การหั่น การปรุง การใส่ลงจานเพื่อเสิร์ฟ เมื่อเสิร์ฟลูกค้าก็จะจ่ายเงิน เราต้องเดินไปรับเงิน และนำจานไปล้างด้วย เรียกได้ว่าเป็นการทำอาหารแบบครบวงจรเลยก็ว่าได้ อาหารที่ลูกค้าสั่งจะเปลี่ยนไปตลอดเวลา โดยดูได้จากด้านซ้ายบนของหน้าจอ ในการทำอาหารแต่ละครั้งจะมีการกำหนดเวลา และมีการกลั่นแกล้งกัน เช่น อาจถูกศัตรูมาขโมยวัตถุดิบที่เตรียมเอาไว้แล้วไป หรืออาจโดนปาของใส่จนทำให้เตรียมอาหารช้า ดังนั้น ผู้เล่นจะต้องทำงานร่วมกันเป็นทีมจึงจะเอาชนะได้ แถมยังจำลองอารมณ์ได้ตามสถานการณ์การทำครัวจริง ๆ นั่นก็คือ อาจเกิดการทะเลาะกันเองระหว่างเพื่อนร่วมทีม เพราะอาจเผลอเดินชนกัน หรือทะเลาะกันเพราะทำอาหารผิด ที่สำคัญในเกมสามารถเปิดไมค์คุยกับเพื่อนในทีมได้ด้วย เรียกได้ว่ายกเอาบรรยากาศการทำครัวมาได้อย่างครบถ้วนเลยก็ว่าได้

ภายในเกมแบ่งการแข่งขันออกเป็นหลายโหมด รวมทั้งยังมีโหมดออนไลน์ที่ให้ผู้เล่นได้แข่งขันกับผู้เล่นคนอื่นทางออนไลน์ ส่วนโหมดเล่นคนเดียว ก็จะมีคู่แข่งกำหนดมาให้เลยโดยไม่ต้องหา เราก็ต้องเอาชนะคู่แข่งให้ได้ ข้อดี คือ เราสามารถเล่นเกมโหมดนี้ได้โดยไม่ต้องต่ออินเตอร์เน็ต การแข่งขันจะเรียงลำดับตามความง่ายไปจนถึงยาก เมนูอาหารจะเริ่มตั้งแต่เมนูง่าย ๆ ใช้วัตถุดิบน้อย ไปจนถึงเมนูอาหารที่มีความซับซ้อน เรียกได้ว่า ผ่านเกมนี้ไป ผู้เล่นสามารถประกอบอาหารรับประทานเองได้เลยทีเดียว ถือว่าเป็นเกมที่สนุกและมีประโยชน์อีกเกมหนึ่งเลย นอกจากจะมีการแข่งขันแล้ว ยังมีการซื้อขายของภายในเกมด้วย ของที่ขายส่วนใหญ่จะเป็นตัวละครเพิ่มเติม กับของตกแต่งห้องครัว ที่ให้ผู้เล่นได้สนุกสนานกับการตกแต่งห้องครัวตามใจชอบด้วย

คอเกมคนไหนที่เบื่อกับเกมแนวแอ็กชั่นแฟนตาซี ลองมาปลกล็อคเกม Cooking Battle ดูก็ไม่เลวนะ เพราะเกมนี้ไม่ได้มีดีแต่การทำอาหาร แต่เป็นเกมที่ฝึกให้เรารู้จักการวางแผน และทำงานเป็นทีม และที่สำคัญหากเล่นร่วมกับเพื่อน ๆ เกมนี้ยังสามารถสร้างเสียงหัวเราะให้กับผู้เล่นได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

5 เรื่องตลกร้ายกับตำนานการแข่งขัน World Cup

การแข่งขัน World Cup หรือฟุตบอลโลกเป็นการแข่งขันฟุตบอลที่คอบอลทั่วโลกต่างรอคอยอย่างใจจดใจจ่อ และแทบจะไม่พลาดในทุกแมทการแข่งขัน ฟุตบอลโลกสามารถให้อารมณ์ที่หลากหลายแก่ผู้ชม และผู้เข้าแข่งขันได้ด้วยเช่นกัน ภายใต้เสียงเชียร์ที่ดังกึกก้องไปทั่วสนามแข่งขัน มี 5 เรื่องตลกร้ายต่อไปนี้ซ่อนอยู่

1.ปี 1994 การเตะลูกโทษของนักร้องดัง Diana Ross – ในปีนั้นนักร้องสาวได้มีโอกาสเตะลูกโทษตอนที่เธอทำการแสดงเพื่อเปิดงาน โดยเธอเดินลงสนามพร้อมกับการร้องและเต้นจนมาถึงจุดยิงลูกโทษ ทันทีที่เธอยิงลูกโทษ ฟุตบอลกลับไปโดนเสาประตู จนประตูฟุตบอลล้มครืนแยกออกเป็นสองส่วนลงมาต่อหน้าต่อตา ทุกคนต่างพากันตกใจ แต่ภายใต้ความตกใจนั้นกลับมีความขำขันเกิดขึ้น Diana Ross รู้สึกตกใจและอายมาก ทำให้เธอหายหน้าไปนานจากเหตุการณ์นั้น ก่อนจะกลับมาพร้อมกับโฆษณาพิซซ่าที่แสดงคู่กับ Darius Vassell

2.ปี 1990 Massing และ Caniggia – Benjamin Massing เป็นกองหลังตัวใหญ่ของแคเมอรูน สโลแกนในการเล่นฟุตบอลของเขาก็คือ ถ้ามันเคลื่อนไหวเตะมัน ถ้ามันไม่ขยับก็เตะมันอยู่ดี ในขณะที่ฝ่ายตรงข้าม คือ Claudio Caniggia ก็เคลื่อนไหวไปมาอยู่ในสนาม และพยายามอย่างยิ่งที่จะหลีกเลี่ยงการโจมตีของ Massing ถึงสองครั้ง ในท้ายที่สุดทีมของแคเมอรูนเป็นฝ่ายชนะ Massing กลับวิ่งไปโบกมือและเล่นเวฟกับทีมของมิลานเสียอย่างนั้น ทั้ง ๆ ที่เพิ่งจะโจมตีทีมของเขาไป นี่แหละนะที่เรียกว่า ดีใจจนลืม…

3.กองทัพของพันธมิตรสกอตแลนด์คลาสสิก – เรื่องนี้ต้องบอกว่าเป็นเรื่องตลกร้าย เพราะทีมของสกอตแลนด์ได้จัดการเดินขบวนพาเหรดชัยชนะรอบเมืองแฮมป์เดนเพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะที่กำลังจะเกิดขึ้นในฟุตบอลโลก เน้นว่ากำลังจะเกิดขึ้นนะ เนื่องจากยังไม่ได้แข่งขันเลย แต่กลับฉลองล่วงหน้าเสียแล้ว แต่สุดท้ายสกอตแลนด์ก็พ่ายแพ้ให้แก่ทีมของเปรู และอิหร่าน แม้ว่าจะสามารถเอาชนะทีมของฮอล์แลนด์มาได้ แต่ก็ต้องตกรอบไปอย่างน่าเสียดาย เนื่องจากทำประตูได้ไม่มากพอที่จะผ่านเข้ารอบ แหม! ทำไปได้เนอะ

4.การยิงประตูของ Jeff Agoos – ในการแข่งขันฟุตบอลโลก ปี 2002 Jeff Agoos ได้เป็นตัวแทนสหรัฐอเมริกาในฟุตบอลโลก หลังจากที่รอคอยมาเป็นเวลาถึง 14 ปี แต่เขากลับทำประตูได้แย่ที่สุดในประวัติศาสตร์การแข่งขัน เนื่องจากเขาดันเตะลูกเข้าประตูตัวเองในตอนที่จะทำประตูสุดท้ายในการปะทะกลุ่ม D ของสหรัฐอเมริกากับโปรตุเกส เรียกได้ว่างานนี้อึ้งกันทั้งทีมเลยทีเดียว

5.คูเวตหยุดเล่น – ในโลกตะวันออกกลาง ผู้นำของพวกเขาจะเรียกตัวเองว่าชีค ทีมฟุตบอลคูเวตเองก็มีชีคเป็นผู้ควบคุมทีม ขณะที่ทำการแข่งขันกับทีมฝรั่งเศส กองหน้าคูเวตกลับหยุดเล่นขึ้นมาเสียอย่างนั้นเมื่อได้ยินเสียงนกหวีดดังขึ้น ระหว่างนั้นทีมคู่แข่ง คือ ฝรั่งเศสกำลังโจมตีอย่างหนัก แต่สุดท้ายสามัญสำนึก และสัญชาติญาณของนักกีฬาก็ทำงานอีกครั้ง เมื่อ Giresse บุกเข้าไปทำประตู ทำให้ทีมคูเวตต้องป้องกันทีมตัวเองอีกครั้งโดยไม่ฟังคำสั่งของชีคที่อยู่ท่ามกลางฝูงชน เกมถึงได้ดำเนินต่อไป

ไม่น่าเชื่อว่าการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ระดับโลกที่เบื้องหน้าการแข่งขันแสนจะสนุกสนาน แต่กลับมีเบื้องหลังที่ตลกร้ายจริง ๆ เลยนะ

5 ทีมบาสเกตบอลยอดแย่ที่สุดในประวัติศาสตร์การแข่งขัน NBA

สำหรับการแข่งขันกีฬาบาสเกตบอลอาชีพของทวีปอเมริกาเหนือ อย่างสหรัฐอเมริกาและแคนาดา) หรือที่รู้จักกันในชื่อของ NBA เป็นอีกหนึ่งการแข่งขันที่มีแฟนกีฬารอชมเป็นจำนวนมาก กีฬาบาสเกตบอลได้รับนิยมสูงไม่แพ้กีฬาฟุตบอล ดังนั้น ในแต่ละลีกการแข่งขันนั้นต้องเข้มข้นดุเดือดถึงใจคอกีฬาเป็นแน่ NBA ถือเป็นลีกแรกที่มีคนผิวดำเข้ามาดำรงตำแหน่งสำคัญ ได้แก่ โค้ชหลัก ผู้จัดการทั่วไป และเจ้าของทีม รวมทั้งตัวนักกีฬาผิวสีที่มากความสามารถก็มีอยู่ไม่น้อย แม้ว่า NBA จะมีทีมเข้าร่วมการแข่งขันเป็นจำนวนมาก แต่ก็ใช่ว่าทุกทีมจะมีฝีมือฉกาจเสมอไป เรามาดูกันว่าทีมที่ถูกจัดอันดับว่ายอดแย่ที่สุดในการแข่งขัน NBA มีทีมไหนกันบ้าง

1.Cleveland Cavaliers ข้อดีของทีมนี้ คือ มีนักกีฬาตัวนำอย่าง LeBron James และ Ricky Davis มือทำแต้มรีบาวน์เป็นตัวชูโรง แต่ก็มีข้อเสีย คือ แม้ว่าจะได้รับชัยชนะ 19 แต้มเหนือทีม Los Angeles Lakers แชมป์สามสมัยในเกมที่สี่ของฤดูกาลปกติก็ตาม แต่กลับพ่ายแพ้ถึง 15 เกมรวด ซึ่งแพ้ถึง 41 และ 32 แต้ม ถือว่าเป็นคะแนนที่แย่มาก ๆ และจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ทีมนี้ติดอยู่ในลิสต์ทีมที่ถูกจัดอันดับยอดแย่ก็คือ การขายตัวนักกีฬาสองคนในทีม ได้แก่ Bryant Stith และ Andre Miller แกนนำของทีมในลีกปี 2001-2002

2.Chicago Bulls ข้อดีของทีมนี้ คือ แม้ว่าจะสูญเสียนักกีฬาตัวนำอย่าง Michael Jordan, Scottie Pippen, Dennis Rodman, Steve Kerr และ Luc Longley ไป และเหลือแต่นักกีฬาหน้าใหม่ร่วมทีม แต่โชคก็ยังเข้าข้าง เพราะในทีมยังเหลือ Fred Hoiberg ผู้มีประสบการณ์การแข่งขันสามปีเป็นตัวนำ และสามารถพยุงทีมเอาไว้ได้ ข้อเสียของทีม คือ นักกีฬาหน้าใหม่ห้าในแปดคนนั้นออกจากลีกภายในสามปี คงเหลือตัวหลักไว้ คือ Marcus Fizer และ Jake Voskuhl สุดท้ายทั้งคู่ก็ลาออกไป เหลือสมาชิกคนสุดท้าย คือ Jamal Crawford ซึ่งต่อมาก็ย้ายไปอยู่กับ New York Knicks

3.Atlanta Hawks ข้อดีของทีมนี้ คือ ทีมนี้มีจุดแข็งอยู่ที่ Marvin Williams นักกีฬาตัวเต็งลำดับที่ 2 ในปี 2005 และก็ไม่ทำให้ผิดวัง เพราะเขาอยู่กับทีมมาถึง 7 ปี และเป็นผู้เล่นที่ดีที่สุดเป็นลำดับที่สี่ใน Draft Class ข้อเสียของทีม คือ ในช่วงหลังที่ทำการแข่งขันทีมทำแต้มได้น้อยมาก

4.Houston Rockets ทีมนี้มีข้อดี คือ ในช่วงปี 1981-1982 ทีมสามารถชนะได้ถึง 46 เกม และในระหว่างปี 1984-1985 ทีมเข้าเป็นตัวสำรองถึง 48 ครั้ง แต่ในปี 1981-1982 สมาชิกในทีม คือ Moses Malone ได้ถูกซื้อตัวไป และได้นักกีฬาตัวแทนฝีมือดีอย่าง Ralph Sampson, Rodney McCray และ Hakeem Olajuwon เข้ามาแทนที่ ข้อเสียของทีม คือ แม้ว่าจะเริ่มต้นแคมเปญด้วยสถิติ 0-10 แต่ก็มีการแพ้ถึง 8 ครั้งติดต่อกันถึงห้าเกม และชนะแค่เพียงสองเกมในการแข่งขัน อัตราคะแนนเฉลี่ยคือ -11.6 ทำให้ทีมนี้ติดอันดับทีมที่แย่ที่สุดในประวัติศาสตร์ NBA

5.Los Angeles Clippers Michael Cage ถือเป็นแสงสว่าง และเป็นข้อดีของทีม เขาสามารถทำคะแนนเฉลี่ยได้ 15.70 คะแนน ซึ่งเป็นคะแนนที่ดีที่สุดในอาชีพการเป็นนักบาสเกตบอลของเขา แต่ตั้งแต่ปี 1981-1982 และปี 1990-1991 ทีมนี้มีการแข่งขัน 10 ฤดูกาลติดต่อกัน แต่มีเปอร์เซ็นต์การชนะอยู่ที่ 0.390 เท่านั้น ซึ่งเห็นได้ชัดว่านี่เป็นจุดต่ำสุดของทีมที่ทำให้ต้องติดหนึ่งในทีมบาสเกตบอลที่แย่ที่สุดในประวัติศาสตร์ NBA นั่นเอง

เห็นอย่างนี้แล้วคงต้องยึดคำโบราณที่ว่า “มีขึ้นย่อมต้องมีลง” ถือว่าเป็นสัจธรรมที่นำมาใช้ได้ในทุกสถานการณ์จริง ๆ

เตรียมตัวให้พร้อมก่อนบุกป่า รู้วิธีการเตรียมความพร้อมก่อนไปท่องเที่ยวป่าเขา

ประเทศไทยเรายังคงมีพื้นที่สีเขียวและพื้นที่ป่าที่อุดมสมบูรณ์อยู่ไม่น้อย แต่ถ้าเทียบกับเมื่อสมัยก่อนแล้ว ก็ต้องบอกว่าลดลงไปจากในสมัยก่อนมาก วันนี้ป่าเขาพื้นที่สีเขียวของไทยเราค่อย ๆ หายไป เพราะมนุษย์เราเข้าไปทำลาย แต่ก็ยังถือว่าโชคดีที่เราตื่นตัวกันเรื่องของการอนุรักษ์ธรรมชาติกันมากขึ้น ทำให้เราสามารถทวงคืนธรรมชาติอันสมบูรณ์กลับมาได้ส่วนหนึ่ง ในตอนนี้การเที่ยวชมธรรมชาติกลางป่าเขา และเขตอุทยานธรรมชาติต่าง ๆ ก็กำลังได้รับความนิยม เพราะการเที่ยวป่า เที่ยวเขานั้นถือเป็นการท่องเที่ยวที่ Adventure อย่างหนึ่ง และ ในขณะเดียวกันก็เป็นการช่วยสร้างจิตสำนึกให้คนรักธรรมชาติมากขึ้นด้วย สำหรับใครที่ไม่เคยท่องเที่ยวในแนวนี้เลย แต่มีโอกาสจะได้ไปในเร็ว ๆ นี้ลองมาดูกันดีกว่าว่า ก่อนจะไปเที่ยวป่าควรจะต้องเตรียมตัวอย่างไร และต้องมีการเตรียมอุปกรณ์อะไรกันบ้าง

เตรียมความพร้อมส่วนตัวก่อนไปเที่ยวป่า

การท่องเที่ยวป่าเขานั้นคุณต้องเข้าใจก่อนว่าจะเป็นการเดินทางที่นำคุณกลับไปสู่พื้นฐานความเป็นธรรมชาติจริง ๆ ฉะนั้น จะไม่มีความสะดวกสบายสักเท่าไหร่ การเตรียมการต่าง ๆ จึงต้องละเอียดรอบคอบกันสักหน่อย และสิ่งที่จะต้องเตรียมความพร้อมไว้มีดังนี้

  • ศึกษาสถานที่และเส้นทาง – การไปเที่ยวป่าเขาในปัจจุบันนั้น ส่วนใหญ่ก็จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวในเขตอุทยาน ซึ่งแม้ว่าเวลาเดินทางไปนั้น จะมีเจ้าหน้าที่ของอุทยานดูแลแนะนำเราอยู่ก็ตาม แต่เราเองก็ต้องศึกษาสถานที่และเส้นทางที่เราจะไปก่อน เพราะบางครั้งเส้นทางอาจต้องเดินเท้า และต้องใช้กำลังร่างกายหนักมาก หากสุขภาพร่างกายไม่แข็งแรงก็ควรจะหลีกเลี่ยง การรู้จักสถานที่และเส้นทางไว้ก่อนจึงจะดีที่สุด
  • เตรียมเรื่องการแต่งกาย – การจะไปเดินป่าเสื้อผ้าชุดที่จะสวมใส่ควรเป็นชุดที่สบาย ๆ คล่องตัว และสีที่ใช้ก็ควรเลือกโทนที่กลมกลืนกับธรรมชาติ เสื้อกางเกงควรเลือกแบบแขนยาว เพื่อป้องแมลงหรือสัตว์มีพิษ เนื้อผ้าควรเลือกแบบซับน้ำได้ดีและระบายอากาศได้ดี มีหมวกเอาไว้กันแดดกันแมลง รองเท้าก็ควรเลือกแบบที่ส้นหน้าแข็งแรง และสวมใส่ได้พอดีไม่คับมากและไม่หลวมมากไป
  • เตรียมเรื่องอุปกรณ์– ในส่วนของอุปกรณ์เดินป่านั้นแต่ละคนก็อาจจะแตกต่างกันออกไป แต่โดยหลัก ๆ แล้ว ที่จะต้องเตรียมก็จะมี เป้หลัง เปลสนาม ถุงนอน เต็นท์ ไฟฉาย กระติกน้ำ ชุดยาสามัญ หม้อสนาม ฯลฯ

เตรียมความพร้อมในการเดินป่า

หลังจากเตรียมร่างกาย เสื้อผ้า อุปกรณ์ส่วนตัวสำหรับการท่องเที่ยวเดินป่าส่วนตัวแล้ว ทีนี้ก็มาถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับการเดินป่าแบบหมู่คณะจริง ๆ ซึ่งเวลาเดินป่าจริง ๆ คุณควรจะต้อง

  • เดินอย่างออมกำลังให้เป็น อย่างรีบเดินเพราะเดี๋ยวจะไปต่อไม่ไหวและกลายเป็นจุดอ่อนของทีม
  • ฝึกปรับสายตาให้คุ้นชินกับสถาพแวดล้อมรอบข้างให้เร็ว
  • ระหว่างเดินต้องพยายามไม่คุย ไม่ส่งเสียงดัง นอกจากจะไม่ทำให้สัตว์ป่าตื่นตกใจกลัวแล้ว ยังทำให้เราเหนื่อยช้าลงด้วย
  • การเดินพยายามเดินเรียงแถว เป็นแถวเรียงเดี่ยว ทิ้งระยะให้ห่างกันพอสมควร แต่ต้องให้อยู่ในระยะที่สายตาพอมองเห็นกันตลอด

การเดินป่าแบบนี้ใครไม่เคยเดินเลย ก็อาจจะต้องมีการฝึกฝนเตรียมความพร้อมกันก่อน แต่โดยส่วนใหญ่แล้วเจ้าหน้าที่อุทยานจะให้คำแนะนำเราก่อนอยู่แล้ว เพียงเราเตรียมตัวเราให้พร้อมจริง ๆ ทำตามคำแนะนำและคำเตือนของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด ก็จะเดินทางท่องเที่ยวป่าได้อย่างสนุกและปลอดภัยแล้ว

ทั้งหมดนี้คือวิธีการเตรียมตัวก่อนเดินทางท่องเที่ยวป่าเขา รู้วิธีการแล้วก็เตรียมฟิตร่างกายและจัดหาอุปกรณ์กันให้พร้อมจากนั้นออกลุยกันได้เลย

เทคนิคเยี่ยม ๆ ที่จะช่วยให้คุณเที่ยวคนเดียวแบบสบาย ๆ ไม่ต้องวุ่นวายใจ

การเดินทางท่องเที่ยว หากไปกันเป็นคู่ก็ยิ่งมีความสุข อาจมีทริปท่องเที่ยวอยู่ในความทรงจำมากมาย หรือบางคนอาจจะชอบไปเป็นหมู่คณะกับเพื่อน ๆ ก็ได้ความสนุกสุดฮาไปอีกแบบ แต่ทว่าสำหรับคนที่โสดไม่มีคู่ล่ะจะทำยังดี ถ้าอยากเดินทางท่องเที่ยวให้สนุก เพราะบางทีก็ชวนเพื่อนไปด้วยไม่ได้อีก ก็ต้องเดินทางคนเดียว เราจึงมีเทคนิคเดินทางท่องเที่ยวคนเดียวมาเอาใจคนโสดสักหน่อย จะมีอะไรบ้างนั้นไปติดตามกันเลย

เทคนิคที่จำเป็นต้องทำ

ในเมื่อเลือกที่จะเดินทางคนเดียวแล้ว ไม่ว่าจะจำใจหรือไม่ก็ตาม สิ่งสำคัญก็คือ คุณควรจะต้องทำให้ทริปการเดินทางทุกครั้งมีความสุขสำหรับตัวเองให้ได้เสมอ การที่คุณท่องเที่ยวคนเดียวคุณจึงต้องทำสิ่งเหล่านี้

  • จุดหมายปลายทางคือที่ไหนก็ตามควรไปให้ถึงตอนกลางวัน – ไม่ว่าคุณจะเดินทางท่องเที่ยวในประเทศหรือต่างประเทศก็ตาม ควรวางแผนการเดินทางให้ดี ให้เผื่อเวลาไปให้ถึงจุดหมายในตอนกลางวัน เนื่องจากว่าถ้าเป็นสถานที่ที่คุณไม่คุ้นเคย ไม่เคยไปบางทีเราอาจหลงทางได้ ซึ่งคงไม่ใช่เรื่องดีถ้าคุณเกิดหลงทางตอนกลางคืน
  • เตรียมสิ่งของทุกสิ่งให้พร้อม – ก่อนออกจากบ้านควรสำรวจกระเป๋าเดินทางให้ดีอีกครั้งว่าคุณเตรียมทุกสิ่งที่จำเป็นลงกระเป๋าเรียบร้อย สิ่งที่จะต้องย้ำคิดย้ำทำในยุคนี้ก็คือ การตรวจสอบอุปกรณ์สื่อสาร และ Gadget ต่าง ๆ พวกสายชาร์จ สายเชื่อมต่อต่าง ๆ เพราะอุปกรณ์เหล่านี้เราจะลืมง่ายมาก
  • อย่าลืมหาข้อมูลเพิ่มก่อนตัดสินใจเดินทาง – ถึงแม้ว่าคุณจะซื้อตั๋วรถ เครื่องบินและจองที่พักไว้แล้วก็ตาม ยังไงก็จะต้องหาข้อมูลถึงสถานที่ที่จะไปให้ดีอีกครั้ง เพื่อความมั่นใจ อ่านรีวิวดูอีกที่ระหว่างเดินทางก็ได้ เมื่อไปถึงที่หมายจะได้รู้ว่าจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไรไปยังไงต่อ จะได้ไม่เสียเวลา

เทคนิคเสริมการเดินทางคนเดียว

ด้วยเพราะเราไปคนเดียว จึงไม่มีเพื่อนคู่คิด หรือคนที่จะช่วยเราคิดตัดสินใจ ฉะนั้น สิ่งที่คุณควรจะต้องทำต่อไปเพื่อให้เกิดความมั่นใจคือ

  • อย่าหลงเชื่อใครง่าย ๆ – โดยเฉพาะเรื่องของการเดินทางบางทีรถรับจ้างอาจจะกำลังโก่งราคาเราอยู่ก็ได้ ลองหาข้อมูลให้ดีก่อนว่า ราคาจริง ๆ ควรจะอยู่ที่เท่าไหร่ ไม่อย่างนั้นเราอาจถูกคิดราคาแพงกว่าที่ควรจะเป็น
  • สวมใส่เสื้อผ้าที่รัดกุมเข้าไว้ – ถ้าคุณเป็นนักเดินทางที่เป็นสุภาพสตรี การสวมใส่เสื้อผ้าเป็นเรื่องสำคัญต้องเลือกให้ดี เพราะเราไปต่างถิ่น ยิ่งถ้าไปต่างประเทศในเขตประเทศที่นับถือศาสนาอิสลาม จะไปไหนก็ควรมีการใช้ผ้าคลุมศีรษะตามธรรมเนียมทางศาสนาเขาไว้ด้วย
  • เตรียมช่องทางสำรองไว้บ้าง – เวลาไปไหนแล้วไม่สะดวกใจอย่างที่คิด คุณก็ควรมีการวางแผนสำรองเอาไว้ด้วยว่า หากไปแล้วรู้สึกไม่ปลอดภัย หรือรู้สึกไม่สนุกแล้ว เราจะทำอย่างไร จะปฏิเสธอย่างไร คิดเผื่อไว้ก็ไม่เสียหาย

นี่คือเทคนิคการเดินทางท่องเที่ยวคนเดียว ที่คุณควรรู้เอาไว้ แม้ไม่มีใครไปด้วยก็จะได้ไปอย่างสนุกไม่ลำบากใจ การท่องเที่ยวเป็นสิ่งที่ดีเสมอไม่ว่าจะเที่ยวคนเดียวหรือไปกันหลายคน แต่สิ่งสำคัญก็คือ ไปแล้วต้องปลอดภัยและได้ประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่ดีกลับมา ลองดูนะแล้วคุณจะสนุกกับการเที่ยวคนเดียวมากขึ้น

รู้จักไหม Ecotourism การท่องเที่ยงเชิงนิเวศ รูปแบบการท่องเที่ยวที่น่าจับตา

เราทุกคนบนโลกต่างรับรู้ถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในโลกของเรากันเป็นอย่างดี การที่ธรรมชาติถูกทำลายและรบกวนอย่างมากนั้น ส่งผลทำให้เกิดโลกร้อน การเบียดบังทำลายธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เกิดขึ้นจากการกระทำของมนุษย์ทั้งที่ตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจ อย่างการไปท่องเที่ยวนั้น ก็มีส่วนที่ทำลายระบนิเวศทางธรรมชาติและส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมโดยรวมด้วยเช่นกัน ในปัจจุบันจึงเกิดแนวคิดสร้างสรรค์ จัดเป็นการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ หรือ Ecotourism ขึ้นมา แล้วรูปแบบการท่องเที่ยวในลักษณะนี้เป็นอย่างไรกันแน่ จะน่าสนใจขนาดไหน ไปติดตามกัน

เที่ยวแบบมีส่วนรับผิดชอบต่อธรรมชาติ

การท่องเที่ยวเชิงนิเวศนั้น หากจะกล่าวสรุปแบบง่าย ๆ ก็คือ การเที่ยวแบบไม่ทำลายธรรมชาติ ซึ่งอันที่จริงแล้วความหมายของการท่องเที่ยวในลักษณะนี้ครอบคลุมไปตั้งแต่การท่องเที่ยวทั่วไป ที่ไม่ไปรบกวนธรรมชาติ ไม่ทำให้ความงดงามทางธรรมชาติเกิดความเสียหาย ไปจนกระทั่งถึงการไปเที่ยวแบบการปลูกป่า การปล่อยหรือช่วยอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าและสัตว์ทะเลเลยด้วย แต่เราจะสรุปความแบบกระชับก็เอาเป็นว่าเป็นลักษณะของการท่องเที่ยวที่ไม่ทำให้ธรรมชาติเสื่อมโทรมก็แล้วกัน

ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวแบบเดินป่า การศึกษาธรรมชาติ ส่องนก เที่ยวถ้ำ ดำน้ำ หรือแม้กระทั่งการเที่ยวชมแหล่งโบราณสถานในประวัติศาสตร์ หากเที่ยวแล้วไม่รบกวนสถานที่นั้น ๆ และผู้ไปท่องเที่ยวได้มีส่วนร่วมในการรับผิดชอบต่อธรรมชาติของสถานที่นั้น ๆ ก็ถือว่าเป็นการท่องเที่ยวเชิงนิเวศด้วยนั่นเอง

เราต้องทำอะไรบ้างในการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

จากที่กล่าวมาข้างต้นจะเห็นว่า จริง ๆ แล้วการท่องเที่ยวเชิงนิเวศนั้นจริง ๆ แล้วก็ไม่ได้มีอะไรที่ซับซ้อน คือ เน้นไม่ไปรบกวนธรรมชาติ แต่เอาเข้าจริงแล้วนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มองข้ามเรื่องนี้ นั่นทำให้เราไปท่องเที่ยวแล้วมักไปรบกวนธรรมชาติโดยไม่รู้ตัว อย่างการไปเดินป่าดูนก ดูสัตว์ แค่การส่งเสียงดังผิดกาลเทศะ ก็ถือว่าเป็นการทำผิดจากหลักท่องเที่ยวเชิงนิเวศแล้ว หรือไปเที่ยวทะเล การไปหยิบสัตว์น้ำขนาดเล็กที่ลอยตามคลื่นขึ้นมา แล้วเอามาไว้บนฝั่งชายหาดอันนี้ก็ถือว่าเป็นการรบกวนธรรมชาติเช่นกัน ดังนั้น ถ้าจะให้กล่าวว่าท่องเที่ยวเชิงนิเวศเราต้องทำอะไรบ้าง ก็ขอกล่าวอย่างสรุปว่า “ให้เราไปเหมือนไม่ได้ไป” คือเราไปเที่ยวก็จริง แต่ผลกระทบต่อธรรมชาติต้องไม่เกิดขึ้นในทางเสียหาย ต้องอยู่แบบนั้นเช่นเดิม หรือเกิดขึ้นและเป็นไปตามวงจรของมัน เหมือนเราไม่ได้ไปอยู่ตรงนั้น แบบนี้ถึงจะเรียกว่าเป็นการท่องเที่ยวเชิงนิเวศจริง ๆ

อาจจะดูมีความยุ่งยากอยู่ในตัวอยู่บ้างสำหรับการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ แต่ก็ต้องบอกว่าเป็นแนวทางหรือรูปแบบการท่องเที่ยวที่ดี เพราะเป็นหนึ่งหนทางในการรักษาทรัพยากรธรรมชาติเอาไว้ไม่ให้ถูกทำลายไปทีละนิด เป็นการช่วยยืดอายุให้กับธรรมชาติบนโลกใบนี้ ทำให้เรายังคงมีธรรมชาติสวย ๆ ไว้ท่องเที่ยวและไว้ชื่นชมต่อไปเรื่อย ๆ สืบไปจนถึงคนรุ่นหลัง ๆ และอันที่จริงถ้าคุณได้ลองเที่ยวแบบนี้ดูสักครั้ง คุณจะรู้ว่ามันไม่ได้น่าเบื่ออย่างที่หลายคนเข้าใจเลยสักนิด

ไม่ดังถึงขั้นซุป’ตาร์ลูกหนัง แต่รายได้ก็ไม่แพ้ใคร เคล็ดลับรวยเงียบฉบับนักฟุตบอล

หลายคนคิดว่าการเป็นนักกีฬา หรือเป็นนักฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จ จะต้องโด่งดังก่อนถึงจะมีรายได้มหาศาล ก็ต้องบอกว่าความคิดนี้อาจใช้ได้เฉพาะในสมัยก่อนเท่านั้น แต่ในปัจจุบันรายได้ของนักกีฬาไม่จำเป็นต้องมาพร้อมความดังอีกต่อไป อย่างนักกีฬาฟุตบอลถ้ามีการวางแผนการเงินและวางแผนอนาคตไว้ดี บอกเลยว่าก็สามารถสร้างรายได้มหาศาลให้กับตนเองได้เหมือนกัน คนหนึ่งที่เราอยากยกตัวอย่างก็คือ นักเตะของไทยเรา จากทีมอยุธยา ยูไนเต็ด นั่นคือ “แมท”  ปิยะชาติ ถามะพันธ์ ซึ่งในปัจจุบันกลายเป็นอดีตนักเตะของอยุธยา ยูไนเต็ดไปแล้ว แม้ไม่มีชื่อเสียงโด่งดังถึงขั้นซุปเปอร์สตาร์ลูกหนังของไทย แต่รายได้ของเขาผู้นี้ก็รวยถึงขั้นมีทรัพย์สินส่วนตัวมากถึง 50 ล้านบาทกันเลยทีเดียว ลองไปดูเคล็ดลับของเขากันดีกว่าว่า มีวิธียังไงที่ทำให้รวยได้ขนาดนี้

เส้นทางชีวิตจริงไม่ได้ง่าย แต่ก็ไม่ยากเกินไปที่จะจัดการ

ก็ต้องบอกก่อนว่า “แมท”  ปิยะชาติ ถามะพันธ์ ก็เป็นนักเตะอีกหนึ่งคนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด 19 ด้วย เพราะทางอยุธยา ยูไนเต็ดได้ประกาศยกเลิกสัญญากับนักเตะของทีมตนเองทั้งทีม เพื่อประคองสโมสรเอาไว้ในช่วงโควิด เพื่อรอดูความแน่ชัดว่าลีกจะสามารถกลับมาเตะกันได้อีกครั้งเมื่อไหร่ เหตุนี้จึงทำให้ตอนนี้แมทกลายเป็นอดีตนักเตะของสโมสรนี้ไปแล้ว ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าเจ้าตัวจะตัดสินใจอย่างไรต่อไปเมื่อสถานการณ์ทุกอย่างดีขึ้น เพราะอายุของแมทเองก็ปาเข้าไป 34 ปีแล้ว ไม่ได้อยู่ในสมัยวัยรุ่นที่จะค้าแข้งได้อีกนาน แต่ไม่ว่าเขาจะตัดสินใจอย่างไรต่อไปในอาชีพ เรื่องรายได้ของเขาก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร เพราะปัจจุบันรายได้ทรัพย์สินเงินเก็บทุกอย่างก็มีมากกว่าครึ่งร้อยล้าน แมทจึงเรียกว่าสบาย ๆ ในการตัดสินใจกับชีวิตในอนาคตพอสมควร

แต่กว่าที่เขาจะมาชิล ๆ กับอนาคตของตนเองได้ขนาดนี้ ใช่ว่าเส้นทางชีวิตการเป็นนักเตะของเขาจะราบเรียบ แมท ปิยะชาติ แท้จริงก็คือเด็กบ้านนอกคนหนึ่ง เขามีพื้นเพเป็นคนอำนาจเจริญ ซึ่งจังหวัดของเขาถือว่ามีนักฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จที่เข้ามาเล่นถึงระดับทีมชาติน้อยที่สุดเลยก็ว่าได้ แต่เขาก็ใช้ความน้อยนิดทุกอย่างที่มีค่อย ๆ นำมาเป็นแรงผลักดันของชีวิต ค่อย ๆ ก้าวไปกับเส้นทางนักฟุตบอลจากระดับโรงเรียน เข้าไปสู่การเป็นนักฟุตบอลของมหาวิทยาลัย ซึ่งจากตรงนั้นจึงทำให้เขาเริ่มมีรายได้ การที่เขาสร้างรายได้จากฟุตบอลตั้งแต่อยู่มหาวิทยาลัยนั่นเองกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการบริหารจัดการชีวิตอย่างมีระบบของเขา

ไม่สำคัญว่าจะได้มากหรือน้อย แต่ต้องรู้จักบริหารเงิน

รายได้จากการเป็นนักฟุตบอลระดับมหาวิทยาลัยอาจจะไม่มาก แต่เขาก็เริ่มต้นเก็บและจัดการใช้จ่ายอย่างเป็นระบบ มีการส่งให้ทางบ้าน และพอเริ่มเข้ามาเป็นนักฟุตบอลอาชีพรายได้สูงขึ้น เขาก็ยังจัดระบบการเงินของตนเองเช่นเดิม มีราย 100% จะเหลือเก็บไว้ใช้จ่ายของตนเอง 30% นอกนั้นก็จะส่งไปให้ทางบ้าน แต่เขาไม่ลืมที่จะกำชับกับทางบ้านไว้ว่า ให้แบ่งเงินบางส่วนเก็บไว้และไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์บ้าง คือเอาไปซื้อที่ดินและตึกแถวเอาไว้ที่บ้านเกิด เมื่อเวลาผ่านไป ความเจริญมากขึ้นที่ดินในบ้านเกิดก็ราคาสูงขึ้น จนทำให้ทางบ้านมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการขายที่ดิน เมื่อได้เงินมาอีกก้อน แมทก็เอาไปลงทุนซื้อที่ในกรุงเทพฯและเริ่มมีการลงทุนทำร้านกาแฟ และร้านขายอุปกรณ์กีฬา แต่เขาก็ไม่ลืมหาคนมาช่วยดูแล เพราะต้องการที่จะโฟกัสกับอาชีพหลัก แต่สิ่งเหล่านี้นี่แหละที่ทำให้เขามีรายได้เป็นหลักที่แน่นอน และมีรายได้เลี้ยงตัวอยู่ตลอดเวลา จนกลายเป็นนักเตะคนหนึ่งที่มีรายได้ทรัพย์สินสูงมากทีเดียว

นี่คือเคล็ดลับรวยเงียบของนักกีฬาคนหนึ่งที่รู้จักบริหารจัดการชีวิต วางแผนการเงินมาตั้งแต่วัยเด็ก และรู้จักที่จะนำเงินไปต่อยอดให้เกิดความมั่นคงทางการเงินมากยิ่งขึ้น นับเป็นแบบอย่างที่ดีที่น่าเรียนรู้จริง ๆ