“เซร์คิโอ อเกวโร่” เครื่องจักรผลิตแฮตทริกประจำพรีเมียร์ลีก

แม้จะเปลี่ยนศักราชใหม่ไปแล้ว แต่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็ยังคงถล่มประตูอย่างต่อเนื่อง โดยนัดล่าสุดทีมเรือใบสีฟ้าก็จัดการบุกไปยำใหญ่ใส่เจ้าบ้านอย่างแอสตัน วิลล่าถึง 6 ประตู นับเป็นนัดที่ 10 ในฤดูกาลนี้ที่พวกเขายิงประตูคู่แข่งได้ 3 ประตูขึ้นไป โดยนักเตะยอดเยี่ยมประจำนัดนี้ต้องยกให้กับ “เซร์คิโอ อเกวโร่” ที่สังหารคนเดียว 3 ประตู ทำให้เขาสร้างสถิติเป็นนักเตะที่ทำแฮตทริกในพรีเมียร์ลีกได้มากที่สุด รวมทั้งเป็นนักเตะต่างชาติที่ยิงประตูในพรีเมียร์ลีกได้สูงที่สุดอีกด้วย

นับตั้งแต่อเกวโร่ย้ายมาลงเรือลำเดียวกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้เมื่อปี 2011 เขาก็ครองตำแหน่งดาวซัลโวประจำทีมมาโดยตลอด และกลายเป็นนักบอลขวัญใจมหาชนของ VWIN อีกด้วย หากนับเฉพาะพรีเมียร์ลีกศูนย์หน้าทีมชาติอาเจนติน่าสามารถยิงทะลุถึง 20 ประตูมาตลอด 5 ฤดูกาลหลัง โดย 3 ประตูที่เขาทำได้ในเกมกับแอสตัน วิลล่านั้น นับเป็นแฮตทริกครั้งที่ 12 ในศึกพรีเมียร์ลีกของเขา ส่งผลให้แซงสถิติเดิมของอลัน เชียเรอร์ อดีตศูนย์หน้าทีมชาติอังกฤษและนักเตะตำนานพรีเมียร์ลีกที่ทำเอาไว้ 11 แฮตทริกตั้งแต่ปี 1999

ไม่เพียงเท่านั้น 3 ประตูที่อเกวโร่ยิงได้ในเกมนี้ ช่วยเพิ่มจำนวนประตูที่เขาทำได้ในพรีเมียร์ลีกขยับขึ้นไปเป็น 177 ประตู จากการลงสนาม 255 นัด ทำให้ศูนย์หน้าวัย 31 ปีกลายเป็นนักเตะต่างชาติที่ยิงประตูในพรีเมียร์ลีกได้มากที่สุด ทำลายสถิติเดิมของเธียร์รี่ อองรี อดีตศูนย์หน้าทีมชาวฝรั่งเศสที่หยุดไว้ตรง 175 ประตู นอกจากนั้นจำนวนประตูดังกล่าวของอเกวโร่ยังเท่ากับจำนวนประตูที่แฟรงค์ แลมพาร์ด มิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษยิงรวมกันตั้งแต่สมัยเล่นให้กับเวสแฮม ยูไนเต็ด, เชลซี และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งนับเป็นสถิติยิงประตูมากที่สุดเป็นอันดับ 4 ของพรีเมียร์ลีก โดยยังเป็นรองอดีตศูนย์หน้าทีมชาติอังกฤษทั้ง 3 คน คือ แอนดี้ โคล ที่ยิงไป 187 ประตู, เวย์น รูนี่ย์ ที่ทำไว้ 208 ประตู และอลัน เชียเรอร์ เจ้าของตัวเลขการยิงประตูมากที่สุดตลอดกาลของพรีเมียร์ลีกที่ 260 ประตู

นอกจากความเฉียบคมในการจบสกอร์ของเจ้าตัวเองแล้ว การที่อเกวโร่สามารถทำประตูได้อย่างเป็นกอบเป็นกำส่วนหนึ่งต้องยกความดีความชอบให้กับ 2 เพื่อนร่วมทีมอย่างดาบิด ซิลบา และเควิน เดอ บรอยน์ ที่ช่วงกันจ่ายถวายพานให้ศูนย์หน้าชาวอาเจนไตน์สังหารประตูเป็นว่าเล่น โดยในรายของเดอ บรอยน์ที่เพิ่มย้ายมาร่วมทีมกันเมื่อปี 2015 ได้จ่ายให้อเกวโร่ยิงไปถึง 18 ครั้ง ส่วนซิลบาที่เล่นร่วมกันมาตั้งแต่แรกก็เก็บแอสซิสต์ไปแล้ว 21 ครั้ง ซึ่งสถิตินี้เป็นรองเพียงแค่การจ่ายบอลของแลมพาร์ดให้ดิดิเยร์ ดร็อกบายิงเท่านั้น (24 ครั้ง)

แม้ในระยะหลังอเกวโร่จะมีปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวนบ่อยครั้ง แถมยังถูกดรอปเป็นตัวสำรองบ่อยขึ้นอันเนื่องมาจากสภาพร่างกาย แต่เมื่อใดที่เขาถูกส่งลงสนามก็มักจะเป็นตัวทีเด็ดช่วยให้ทีมเรือใบสีฟ้าพลิกสถานการณ์ได้แทบทุกครั้ง ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการทำภารกิจคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 3 ปีติดต่อกันเป็นครั้งแรกของแมนเชสเตอร์ ซิตี้